ที่เที่ยวที่เชียงใหม่ช่วงหน้าหนาว

ใครใครก็คงอยากจะไปเที่ยวกันใช่ไหมคะแล้ววันนี้เราจะมาแนะนำที่เที่ยวที่จังหวัดเชียงใหม่อยากจะแนะนำการที่จะต้องไปเที่ยวเชียงใหม่มีช่วงหน้าหนาวนะคะ

เพราะถ้าไปในหน้าหนาวจะมีกิจกรรมหลายอย่างและมีสถานที่ท่องเที่ยวหลายอย่างที่เปิดให้ในช่วงหน้าหนาวแล้ววันนี้เราจะมาบอกว่ามีอะไรบ้างคะเราไปดูกัน

1.ดูดอกพญาเสือโคร่งที่ขุนช่างเคี่ยนถ้าพูดถึงการดูดอกนางพญาเสือโคร่งเชียงใหม่นั้นถือว่ามีอยู่หลายที่มากแต่ถ้าพูดถึงที่ที่สวยมากที่สุดคือขุนช่างเคี่ยน  ขุนช่างเคี่ยน นั้นเป็นสถานที่ที่นิยมมากที่สุดที่หนึ่งเลยทีเดียวสำหรับคนเชียงใหม่ในการไปดูดอกนางพญาเสือโคร่งดอกพญาเสือโคร่งเปิดให้คนเข้าชมแค่นี้ช่วงเดือนธันวาคมจนถึงเดือนมกราคมเท่านั้น

หลังจากนั้นจะไม่มีการเปิดให้นักท่องเที่ยวไปเข้าชมที่นี่นั้นจะมีที่พักให้กับนักท่องเที่ยวเพราะว่าเผื่อใครที่ต้องการที่จะดูดอกนางพญาเสือโคร่งและอยากจะพักด้วยที่นี่ก็มีบ้านพักให้ซึ่งอยู่ติดกับดอกนางพญาเสือโคร่งเลยทำให้มีนักท่องเที่ยวหลายคนไปเพราะอยากจะสัมผัสบรรยากาศอยู่ในบ้านที่ตั้งอยู่ใกล้กับต้นดอกนางพญาเสือโคร่งนั่นเองค่ะ

 2.ไร่ชา ใครก็คงจะรู้ดีว่าที่นี่นั้นมีไร่ชาเยอะมากซึ่งคนภาคกลางจะไปเที่ยวที่เชียงใหม่เพื่อที่จะไปเที่ยวที่ไร่ชาไร่ชานั้นจริงๆแล้วที่เชียงใหม่มีสถานที่เกี่ยวกับไร่ชาที่โด่งดังที่เชียงใหม่เยอะมากวันนี้เราจะบอกว่ามีไร่ชาอะไรบ้าง 1 ไร่ชาลุงเดชใกล้ชายลุงเดชนั้นจะตั้งอยู่ที่อำเภอแม่แตงค่ะ

พี่นั้นจะปลูกชา 2 สายพันธุ์คือชาบู 12 และพันธุ์ก้านอ่อนค่ะส่วนไร่ชาที่ 2 คือไร่ชา 2,000 ไร่ชา 2000 นั้นถึงแม้จะเป็นสถานที่เล็กๆแต่ก็ถือว่าที่นี่นั้นเป็นที่ท่องเที่ยวเกี่ยวกับทะเลหมอกนอกจากชื่อที่นี่นั้นจะเป็นออกแนวทะเลหมอกและจะมีไร่ชาแล้วที่นี่ยังมีไร่สตอเบอรี่ด้วยนะคะดังนั้นจึงถือว่าที่นี่นั้นน่าไปมากๆเลยล่ะค่ะ 

3.ผืนป่าจูราสสิค เพื่อนสมัยใหม่คงจะดูหนังเรื่อง Jurassic World Jurassic Park กันแล้วใช่ไหมคะที่นี่มันผีดิบมันตอบโจทย์เกี่ยวกับเรื่องนี้มากเพราะที่นี่นั้นเรียกว่าปากเพราะว่าจะสร้างสะพานออกแนวสีเขียวน้ำตาลเหมือนสะพานไม้เหมือนในหนังแล้วจะมีต้นไม้ขึ้นอยู่เต็มไปหมดราวกับว่าอยู่ในป่านั่นเองฉันคิดว่าพี่นั้นจะมีต้นไม้หลายๆนานาชนิด

ซึ่งจะมีทางหรือสะพานให้เดินประมาณ 300 เมตรถึงแม้ว่าการเดินทางในครั้งนี้จะมีน้อยแต่ก็ถือว่าถ้าเกิดว่ามองตามข้างทางก็จะพบว่ามีต้นไม้สวยงามข้างทางขึ้นแฟนเป็นระยะระยะทำให้เห็นถึงบรรยากาศธรรมชาติอันสวยงามซึ่งไม่ต้องกลัวว่าอากาศจะร้อนแน่นอนอยู่แล้วเชียงใหม่อากาศเย็นซึ่งก็ทำให้ที่นี่ดูเย็นสบายมากกว่าคนอื่นเนื่องจากมีต้นไม้และลมหนาวพัดผ่านมา

ซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมที่จะมาในวันที่ฝนตกเล็กๆน้อยๆเพราะว่าจะถือว่าเป็นภาพที่งดงามตระการตาในการถ่ายรูปมากๆฝนตกมาเป็นละอองน้อยๆพร้อมกับพื้นป่าและตัวเล็กทำให้รู้สึกดีมากๆเลยล่ะค่ะที่นี่นั้นตั้งอยู่ใกล้ๆกับดอยอินทนนท์นะคะใครสนใจก็ลองไปกันดูนะคะ

 

สนับสนุนโดย  gclub

อาหารที่ต้องกินเมื่อไปเที่ยวที่นาโกยะ ประเทศญี่ปุ่น 

นาโกยะ หนึ่งในเมืองใหญ่โดยมีประชากรอยู่อาศัยมากถึงอันดับที่ 4 ของประเทศญี่ปุ่น เป็นเมืองที่เป็นศูนย์กลางทางเกษตรกรรมและเศรษฐกิจมาอย่างยาวนาน อุดมสมบูรณ์ไปด้วยวัฒนธรรม ประเพณีการทำอาหารที่โดดเด่น จึงทำให้มีความแตกต่างจากเมืองใกล้เคียงอย่างโอซาก้าและเกียวโต ซึ่งอาหารที่ควรไปลองกินเมื่อไปเที่ยวถึงที่เมืองนาโกยะแล้วมีดังนี้

หมูทอดซอสมิโซะ (Miso Katsu) เมนูอาหารอันดับ 1 ที่มีเฉพาะพิเศษที่นาโกยะเท่านั้น จริงๆแล้วเมนูจำพวกคัตซึอย่างหมูทอดถือเป็นเมนูที่ได้รับความนิยมไปทั่วทั้งญี่ปุ่น แต่ที่นาโกยะมันพิเศษตรงที่ราดซอสมิโซะหนาๆแทนซอสทงคัตซึทั่วไป จึงช่วยส่งเสริมรสชาติให้อร่อยเข้มข้นกลมกล่อมขึ้นไปอีก มักเสิร์ฟมาพร้อมกะหล่ำปีหั่นฝอยกับข้าวสวยร้อนๆ

กุ้งทอด (Ebi Furai) คือเมนูอาหารธรที่นำเอากุ้งไปชุดแป้งเกล็ดขนมปังจากนั้นนำไปทอดในน้ำมันร้อนจนเหลืองกรอบน่ากิน สามารถหาได้ตามร้านอาหารทั่วไปที่นาโกยะ มักกินเป็นกับข้าว หรือ เครื่องเคียง เลยอาจจะเจอได้ตามข้าวกล่องเบนโตะ บนสปาเก็ตตี้ บนโอยาโกะด้ง หรืออาหารอื่นๆ

อุด้งต้มมิโซะซุป (Misonikomi) เป็นเมนูอาหารที่ต่างจากทั่วไปตรงที่จะนำเส้นอุด้งลงไปต้มในซุปที่ทำจากมิโซะแดงโดยตรง ซึ่งต่างจากกรรมวิธีการทำปกติที่ต้องนำอุด้งไปต้มในน้ำเปล่าแยกก่อน จึงทำให้เส้นอุด้งนี้มีรสชาติของมิโซะจากการต้มจนเข้าเนื้ออยู่ด้วย ส่วนวัตถุดิบอื่นๆก็จะมีทั้งต้นหอมญี่ปุ่น เห็ดหอม เต้าหูทอด ไข่ไก่ และเนื้อไก่ หรืออาจจะเนื้อหมู

ฮิตซึมะบูชิ (Hitsumabushi) หรือ ข้าวหน้าปลาไหลสไตล์นาโกยะ รู้กันไหมว่าที่จังหวัดไอจิที่เป็นตั้งของเมืองนาโกยะนั้นเป็นจังหวัดที่ผลิตปลาไหลของประเทศญี่ปุ่นด้วย จึงทำให้ข้าวหน้าปลาไหลเป็นอีกหนึ่งเมนูอาหารยอดนิยม แต่ที่นาโกยะนั้นต่างออกไปที่จะเสิร์ฟมาในชามทรงกลมใบใหญ่ เวลากินจะแบ่งออกเป็น 4 ส่วน

ตักส่วนแรกลงไปในชามแยกและกินไปแบบเอนจอยไม่ต้องปรุงอะไร ส่วนที่ 2 ตักใส่ชามแยกและใส่เครื่องปรุงรสตามชอบ เช่น วาซาบิ สาหร่าย มิตซึบะ หรือ ต้นหอม ส่วนที่ 3 ตักใส่ชามแยกให้ใส่เครื่องปรุงรสเหมือนส่วนที่ 2 แต่คราวนี้ให้เทน้ำชาหรือน้ำซุปลงไปด้วย ส่วนที่ 4 ที่เหลือนั้นให้เลือกกินแบบที่ตัวเองชอบมากที่สุดจาก 3 แรกที่เราได้กินมานั้นเอง

ซึ่งทั้งหมดที่แนะนำมานี้หากคุณได้มีโอกาสไปนาโกยะแล้วหล่ะก็ต้องไม่พลาด

 

สนับสนุนโดย  gclub