การเข้าใจผิดเกี่ยวกับการเที่ยวกับสัตว์

สู้วัวกระทิงด้วยผ้าแดง การเข้าใจผิดเกี่ยวกับการเที่ยวกับสัตว์

ก็เข้าใจอยู่นะว่านี่คือประเพณีที่มีอยู่มาอย่างช้านานแล้วของประเทศดังในยุโรปอย่างสเปน ประเพณี คือการแสดงที่เรียกเสียงฮือฮาได้ทุกครั้งไป เป็นประเพณี ที่ทำให้คนนั้นหลั่งไหลไปดูกันเป็นโขยงเลยล่ะ เพราะมันน่าตื่นเต้น ตื่นตา ตื่นใจแบบสุดๆ ด้วยการที่มีคนถือดาบแต่งตัวสุดเวอร์วังแล้วก็ใช้ผ้าแดงในการล่อวัวกระทิงที่กำลังทำท่าทางเหมือนเอาเรื่องสุดๆ

การต่อสู้ที่เป็นความยุติธรรมของธรรมชาติและมนุษย์ผู้กำหนดธรรมชาติได้ เหมือนเป็นประเพณีที่คอยตอกย้ำว่ามนุษย์อยู่เหนือธรรมชาติได้ อยากจะบอกว่าในประเพณีนี้ มันบอกสิ่งนี้ได้เลยว่าเป็นเรื่องจริงๆ แต่ไม่ใช่เรื่องจริงในแง่ที่ดีนักหรอกนะ

เพราะว่ามันมีเบื้องหลังดำมืดสนิทอยู่ในประเพณีนี้ แล้วก็ขอบอกตามตรงว่าเมื่อรู้แล้ว เราก็จะสลดไปตามๆกันเลยล่ะ มันดูน่าสนุก แต่เมื่อรู้เบื้องหลังก็จะรู้สึกหดหู่แทน เวลาที่ดูเจ้ากระทิง

ไม่รู้หลอกนะว่าในสมัยก่อนนั้น ประเพณีนี้อาจจะเริ่มต้นด้วยความยุติธรรมของคนและวัวกระทิงที่มาสู้กัน เหมือนเป็นประเพณีที่น่าจะจัดขึ้นเพื่อมาทดแทนการเอาคนมาสู้กันเองซะมากกว่า แต่วันเวลาผ่านพ้นไป มันก็คือธุรกิจอย่างหนึ่ง เป็นการแสดงที่เรียกเงินและเสียงปรบมือได้ เพราะฉะนั้นแล้วการที่จะมีใครเอาชีวิตมาแลกกับเงินนั้นจะน้อยลง เพราะเขาต้องการนำเงินไปใช้ ไม่ใช่ตายแล้ว

เพื่อเสียงปรบมือเพียงเท่านั้น แล้วอะไรละที่จะทำให้การันตีได้ว่า การต่อสู้ของเขาและเจ้ากระทิง จะมีผลลัพธ์ด้านเดียว คือคนชนะ ก็คือการโกงยังไงล่ะ ก็วัวกระทิงมันพูดไม่ได้นี่นา ไม่ว่ามันจะโดนโกงไปเยอะขนาดไหนแล้วก็ตาม ก็ไม่ได้มีวัวกระทิงตัวไหนออกมาต่อสู้เพื่อเสรีชนได้เลย

ประเพณีมีวัวกระทิงได้ตาไปนับล้านแล้ว เพื่อเพียงธุรกิจของเหล่ามนุษย์ พวกมันถูกโกงด้วงต่างๆนาๆวิธีเลยล่ะ ไม่ว่าจะทำให้อ่อนแรงที่สุด ทำให้มันหนักที่สุด ทำให้มันมองเห็นได้ยากที่สุด ทำทุกทางเพื่อให้คนเป็นฝ่ายชนะ

แล้วทุกครั้งที่เกิดการต่อสู้ บอกว่ากระทิงมีเขาเป็นอาวุธ แต่ก็แอบตัดเขามันแล้วแปะไว้ที่เดิม ส่วนคนก็ถือดาบที่แกร่งที่สุดเท่าที่จะหาได้ แล้วเมื่อปะทะกัน วัวก็จะโดนแทงอย่างมากมาย จนเมื่อจบ มันก็จะต้องตาย ถึงไม่ตายทันที แตะพิการ ก็ต้องถูกฆ่าตายอยู่ดีเพราะว่าหมดประโยชน์แล้ว เลี้ยงไปก็เสียข้าวสุกอยู่ดี นี่แหละความลับอันดำมืดของประเพณีสุดโบราณนี้

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย   Gclub ฟรี 500

รวมสถานที่ไหว้พระ 9 วัดในกรุงเทพมหานคร

รวมสถานที่ไหว้พระ 9 วัดในกรุงเทพมหานครและความเชื่อในความหมายของวัดทั้ง 9 

             สำหรับคนที่ชื่นชอบเกี่ยวกับการทำบุญส่วนมากจะไม่ได้เน้นทำบุญที่วัดไหนเป็นพิเศษ เพราะทุกวัดก็สอนให้คนเราทำความดีงดเว้นความชั่วเหมือนกันหมดแต่ก็มีบางคนที่มีความเชื่อที่ว่าหากเราไปทำบุญวัดอะไร คำขอพรของแต่ละวัดจะไม่เหมือนกัน

เพราะขึ้นอยู่กับความหมายของชื่อวัดแต่ละที่ โดยบางคนหวังว่าหากไปขอพรพระกับวัดที่มีความหมายเกี่ยวกับการมีชื่อเสียงก็จะมีชื่อเสียงตามชื่อวัด หรือหากบางวัดที่มีชื่อมีความหมายเกี่ยวกับอะไรก็จะยึดคำขอตามชื่อวัด ซึ่งจะเห็นได้ว่าคนส่วนมากในกรุงเทพจะนิยมทำบุญครั้งใหญ่ด้วยการไหว้พระให้ครบ 9 วัดซึ่งวัดที่คนนิยมมากที่สุด

จะมีความหมายของชื่อวัดที่แตกต่างกันไปอย่างในจังหวัดกรุงเทพมหานครมีการให้ความกับวัดทั้ง 9 ไว้ว่าหากไปวัดไหนควรจะเน้นขอพรเรื่องใด ซึ่งวันนี้เรานำข้อมูลรายชื่อวัดในเขตกรุงเทพทั้ง 9 วันที่คนนิยมไปไหว้มากที่สุดและบอกถึงความหมายของแต่ละวัดว่าจะให้โชคด้านไหนมาให้ทราบกันค่ะ ส่วนใครอยากด้านพรด้านไหนจะเน้นไปกราบไหว้ที่วัดนั้นเป็นพิเศษก็ไม่ว่ากัน

  1. ศาลหลักเมือง สำหรับคนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพ ในทุกๆปีมักจะมีการมากราบขอพรที่ศาลหลักเมืองเพื่อความเป็นสิริมงคลของชีวิต เพื่อให้ช่วยปัดเป่าความไม่ดี ความโชคร้ายออกไปจากชีวิต เพื่อให้ชีวิตมีแต่ความเจริญรุ่งเรืองตลอดทั้งปี  หากใครสนใจที่จะเข้าไปไหว้ขอพร เปิดบริการตั้งแต่ 05.30 -19.30 น.
  2. วัดพระแก้วมรกต เป็นวัดที่มีชื่อเสียงโด่งดังทั่วโลกมีทั้งคนไทยและชาวต่างประเทศมากราบไหว้ทุกวันไม่ขาดสาย โดยเน้นเรื่องความร่ำรวย มีเงินมีทอง  เปิดบริการเวลา 08.30-16.00 น.
  3. วัดโพธิ์   มีความหมายให้คนที่มากราบไหว้ไม่มีอุปสรรคในชีวิต ชีวิตมีแต่ความราบรื่น และที่นี่ยังมีชื่อเสียงเรื่องการนวดแผนโบราณที่โด่งดังไปทั่ว เปิดบริการเวลา  08.00-16.00 น.
  4. ศาลเจ้าพ่อเสือ  หากใครที่ต้องการให้มีคนเคารพนับถือ มีอำนาจเหนือคนอื่นเป็นที่เกรงกลัวของคนทั่วไปจะเน้นมาการไหว้ของพรที่ศาลเจ้าพ่อเสือแห่งนี้  เปิดบริการเวลา 08.00-16.00 น.
  5. วัดสุทัศนเทพวรารามจะเน้นขอพรให้มีความเฉลียวฉลาด เป็นคนมีความคิดกว้างไกล เปิดบริการตั้งแต่ 08.00-16.00 น.
  6. วัดชนะสงคราม  จะเน้นให้มีชัยชนะกับทุกสิ่งทุกอย่าง เปิดให้บริการตั้งแต่   8.00-16.00 น.
  7. วัดระฆังโฆษิตาราม หากต้องการมีชื่อเสียงโด่งดังต้องมาขอพรที่วัดระฆังนี้เลย   เปิดให้บริการตั้งแต่ 08.00-16.00 น.
  8. วัดอรุณราชวราราม  หากอยากให้ชีวิตมีแต่ความสุข ประสบความสำเร็จจะมาขอพรกันที่วัดนี้ เปิดให้บริการตั้งแต่  08.00-16.00 น.วัดกัลยาณมิตร เน้นเรื่องการเดินทางให้ปลอดภัย  เปิดบริการตั้งแต่ 08.00-16.00 น.

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  วิธีเล่นบาคาร่าให้รวย

7 สถานที่ท่องเที่ยวที่คล้ายเหมือนไปเที่ยวต่างประเทศ 

1 ประสาทสัจธรรมที่ พัทยาสำหรับสถานที่ท่องเที่ยวนี้จะอยู่บริเวณเอาวงพระจันทร์เป็นสถานที่ถ่ายรูปที่สวยงามมากเพราะมีการสร้างวังโบราณที่ทำมาจากไม้ทั้งหลังเดียวกับปราสาทไม้ถือได้ว่าที่นี่เป็นสถาปัตยกรรมที่สร้างจากไม้ที่ใหญ่ที่สุดในรูปมีความงดงามเหมือนกับได้เราไปเที่ยวเมืองนครวัดของประเทศกัมพูชาเลยทีเดียว      

2 สระมรกรกต คลองท่อม ของจังหวัดกระบี่ที่นี่เรียกได้ว่ามีความสวยงามจากทานน้ำที่เราจะมองเห็นน้ำเป็นสีเขียวมรกตซึ่งนักท่องเที่ยวต่างก็เปรียบความงามของที่นี่เหมือนกับเมืองจิ่วจ้ายโกวและที่นี่ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอยู่ในกลุ่มอันซีนของเมืองไทยอีกด้วย

3 เขาสกที่เขื่อนรัชชประภาของจังหวัดสุราษฎร์ธานีนักท่องเที่ยวที่เคยมาที่นี่ต่างก็ให้สมญานามว่าที่นี่คือกุ้ยหลินเมืองไทยด้วยความงามของเค้าและแม่น้ำหากใครที่มาเครื่องแล้วสะพานแล้วก็คุณจะเห็นภูเขาหินปูนดีขึ้นอยู่กลางแม่น้ำหลายต้นเลยทีเดียวหลายคนเลือกที่จะมาท่องเที่ยวที่เขาสกชมความงดงามของแม่น้ำและภูเขา        

4หากใครอยากไปมัลดิฟเมืองไทยต้องไปที่เกาะพยอมจังหวัดระนองที่นี่เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่อยู่ตรงฝั่งทะเลอันดามันมีทั้งภูเขาและต้นไม้มีสัตว์ป่านานาพรรณให้เราเลือกชมและรีสอร์ทที่นี่ก็สร้างไว้อย่างสวยงามคล้ายคล้ายมีการจำลองมาจากมันดีฟนักท่องเที่ยวชอบมาดูพระอาทิตย์ตกดินและมาอาบแดดที่นี่กันไหมจำนวนมาก

5ป่าสาละวันเมืองไทยต้องไปที่ทุ่งแสลงหลวงหากใครที่เคยไปดูแสลงหลวงจะเห็นความงดงามของที่นี่เพราะว่าเป็นพื้นที่ที่เป็นป่าเบญจพรรณคุณจะพบกับสัตว์น้อยใหญ่ออกมาหากินตามสองข้างทางมีการปลูกดอกไม้และถุงยางสลับกันตรงแถลงหลวงเปรียบได้เหมือนกับทุ่งสะวันนาของประเทศออสเตรเลียหากใครงบน้อยมีเงินไปเที่ยวต่างประเทศมาที่นี่ก็ไม่ต่างกันให้ความรู้สึกเหมือนไปเที่ยวต่างประเทศจริงๆเลยทีเดียว

6วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์สำหรับที่นี่จะมีการสร้างเจดีย์ออกมาคล้ายกับทรงระฆังคว่ำ รอบรอบเจดีย์จะมีการนำพระพุทธรูปมาประดิษฐานอยู่ให้คนที่ชอบทำบุญได้ไปกลับไหว้หลายคนที่มาเที่ยวมักเปรียบที่นี่ว่าเหมือนกับพุทธคยาของประเทศอินเดียที่เป็นแหล่งสำคัญของพระพุทธศาสนาที่นักแสดงบุญทั่วโลกชอบไปเคารพสักการะ

7ซุ้มป่าไผ่ที่วัดจุฬาภรณ์วนาราม    จังหวัดนครนายกที่วัดแห่งนี้เป็นวัดที่เน้นการปฎิบัติธรรมจะมีแต่ความเงียบสงบแต่มีจุดเด่นตรงที่บรรยากาศของทางเดินเข้าวัดจะมีอุโมงค์ป่าไผ่ซึ่งบรรยากาศจะเหมือนกับป่าไผ่อราชิยาม่าของประเทศญี่ปุ่นหลายคนมักจะมาถ่ายรูปที่นี่เพราะมีความสวยงามตามธรรมชาติและให้ความร่มรื่น

 

สนับสนุนโดย  Gclub ฝากขั้นต่ำ50

ปิดเทอมนี้พาเที่ยวที่คิดส์ซาเนีย

ถ้าพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะกับเด็กเด็กที่ให้ทั้งความสนุกสนานเพลิดเพลินและทั้งยังสามารถพัฒนาสมองและการเรียนรู้ของเด็กเด็ก

ในตอนนี้คงหนี้ไม่พ้น KidZania สถานที่ที่เป็นเหมือนโลกเสมือนจริงของเด็กเด็ก ที่จะได้ทดลองการใช้ชีวิตเหมือนกับการทำงานจริงๆ สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้เหมาะสำหรับเด็กที่มีอายุระหว่าง 4-14 ปี ที่นี่เด็กเด็กจะเลือกสายอาชีพที่ตัวเองอยากเป็นและทำงานตามสายอาชีพที่เลือก มีสกุลเงินของคิดส์ซาเนีย เอาไว้ใช้ซื้อของกิน

ซึ่งหากอยากได้เงินเยอะมากขึ้นก็ต้องทำงานตามสายอาชีพทีเลือกไว้ ไม่ว่าจะเป็น อาชีพนักบิน อาชีพหมอหรือพยาบาล  หรือแม้แต่ อาชีพ ตำรวจหรือทหารและยังมีอีกมากกว่า 77 อาชีพให้เด็กเด็กได้เลือกเล่น สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวที่นี่ได้มีการปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาของเด็ก ซึ่งคิดส์ซาเนียทีจริงแล้วมีอยู่ทั่วโลกและประเทศไทยคือหนึ่งในสาขาของคิดส์ซาเนียที่มีอยู่ทั่วโลก สำหรับที่คิดส์ซาเนียที่มีอยู่ในกรุงเทพแห่งนี้จะมีพนักงานคอยดูแลและคอยให้คำแนะนำสอนการเรียนรู้การทำงานต่างต่างให้กับเด็กเด็ก

ที่นี่จะเป็นเหมือนโลกอีกโลกหนึ่งที่เด็กเด็กจะได้เรียนรู้การใช้ชีวิตและการทำงาน ทำให้เข้าใจชีวิตจริงมากยิ่งขึ้น ซึ่งที่นี่มีให้เด็กเด็กเปลี่ยนไปได้ว่าถ้าเบื่ออาชีพนี้แล้ว อยากจะไปทำอาชีพอะไร และแน่นอนว่าการพาเด็กเด็กมาเที่ยวที่นี่แค่เพียงวันเดียวเที่ยวไม่ทั่วแน่แน่ ใครอยากที่จะทำงานเป็นเชฟก็จะได้ลงมือทำอาหารจริงแต่จะเป็นอาหารง่ายง่ายที่เด็กเด็กจะไม่ได้รับอันตรายใดใด

จากของเล่นจำลองเหล่านี้ และถ้าใครที่จะนำเด็กที่อายุน้อยกว่า 4 ขวบมาเที่ยวที่นี่ก็จะมีโซนเด็กเล็กแยกออกมาให้อยู่ต่างหาก โดยคิดส์ซาเนียกรุงเทพ จะอยู่บนชั้นห้า ของห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน โดยจะอยุ่ใจกลางเมืองกรุงเทพ  การเดินทางสามารถนั่งรถไฟฟ้าไปก็ได้ หรือจะขับรถยนต์ส่วนตัวไปก็ได้ หรือจะนั่งรถเมลล์ไปก็ได้ เพราะทีนี่จะสะดวกสบายเรื่องการเดินทางมากและเมื่อไปถึงก็เข้าไปซื้อตั๋ว ซึ่งเมื่อได้ตั๋วแล้ว

ทางคิดส์ซาเนียจะมีริสแบน ติดที่แขนเพื่อเป็นการระบุว่าเด็กคนนี้มีการจ่ายเงินค่าเข้าเรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นก็จะมีพนักงานพาเด็กเด็กเข้าไปเยี่ยมชมของแต่ละโซนกันว่าภายในแบ่งเป็นโซนอะไรบ้างแล้วเด็กเด็กก็เลือกได้เลยว่าจะเล่นเป็นอาชีพอะไร ส่วนเราพ่อแม่ก็แค่คอยมองอยู่ห่างห่าง บอกเลยว่าถ้ามาที่นี่ไม่ผิดหวังแน่นอนเด็กเด็กจะต้องชอบมากแน่แน่ ปิดเทอมนี้อย่าลืมแวะไปเที่ยวกันนะคะ

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย   สมัครคาสิโนออนไลน์ไม่มีขั้นต่ำ