การแสดงโลมาผู้น่ารัก การเข้าใจผิดเกี่ยวกับการเที่ยวกับสัตว์

การแสดงสุดน่ารัก ที่ไม่ว่าประเทศไหนๆก็คงมีการแสดงนี้เป็นปกติทุกสวนสัตว์และสวนสนุกแน่ๆ แม้แต่ประเทศไทยนั้นก็ยังมีทุกสวนสัตว์เลย

ตั้งแน่ในสมัยที่ผมยังเป็นเด็กก็มีมาตลอด น่าจะได้รับอิทธิพลมาจากต่างประเทศที่นำเข้ามา แรกๆนั้นก็จะเห็นเป็นนักฝึกโลมาที่เป็นชาวต่างชาติ ทำให้ตอนเด็กๆนั้น ที่ได้ดูก็รู้สึกตื่นตาตื่นใจเป็นที่สุด แล้วต่อมาก็เริ่มมีการฝึกนักฝึกโลมาที่เป็นคนไทยมากขึ้นเรื่อยๆ

จนตอนนี้ก็คงเป็นของทุกชาติไปแล้วล่ะ คิดดูละกันว่าไอ้การแสดงนี้มันโด่งดังขนาดไหน ที่ทุกโรงเรียนต้องพาไปทัศนะศึกษาที่มาการแสดงโลมาทุกที่อย่างน้อยก็ครั้งสองครั้งแหละ ส่วนผมจำได้ว่าเพียงเฉพาะแค่ที่โรงเรียนพาไปนั้น ก็สี่ครั้งได้เลย เอาจริงๆนะ

ผมก็ไม่ได้เป็นคนที่ชอบหรือสนใจหรือตื่นเต้นอะไร เวลาที่ได้รู้ว่าจะได้ไปดูโลมาโชว์นี้ แต่พอได้ดูก็อดทึ้งไม่ได้กับความแสนรู้ของมัน เวลาดูแล้วรู้สึกมีความสุขที่ได้ดู แล้วก็รู้สึกว่ามันก็คงมีความสุขมากที่ได้เล่นกับพวกครูฝึก อาจจะให้ความรู้สึกเหมือนเพื่อนกันอะไรทำนองนี้ แต่พอโตขึ้นมาก็เพิ่งได้รู้ว่า มันผิดจากที่คิดไปเยอะเลยนะ

โลมานั้นก่อนที่จะถูกจับมาฝึก ทุกคนต่างรู้กันดีว่า โลมาเป็นสัตว์ที่ฉลายและมีการดำรงชีวิตในธรรมชาติที่งดงามมากๆ แล้ววันนึงหายนะของมันก็เริ่มต้นขึ้นด้วยการที่มีคนไล่ต้อนมันไป แล้วก็เหวี่ยงแหจับมัน ระหว่างที่จับมันได้นั้น

มันยังเป็นสัตว์ที่ไม่ได้เชื่องกับคนแน่นอน แล้วอีกอย่างมันก็ต้องมองเราเป็นศัตรูที่ไปทำอะไรมัน ดังนั้นแล้วมันจึงถูกจับมัดและขังไว้ในที่แคบก่อนที่จะนำไปฝึก ตอนฝึกนั้นก็ต้องจะถูกจำกัดอาหารอีกด้วย เพราะว่าเพื่อให้รู้สึกอยากอาหารและทำตามตอนที่ถูกฝึก

แม้แต่ตอนที่มันไม่ได้ถูกฝึก ก็ต้องถูกจับอยู่ในสระนำที่ขนาดไม่ใหญ่พอให้มันได้แหวกว่ายเล่นเหมือนกับตอนที่อยู่ในทะเลที่มันเคยอยู่ เมื่อถูกฝึกมันเลยทำทุกทางเพื่อให้ได้กินและว่ายน้ำ ด้วยความฉลาดของมัน ก็เลยเป็นสัตว์ที่ฝึกง่ายและเข้าใจอะไรได้ง่าย

แต่ไม่อยากให้ไปดูตอนที่มันต้องถูกขนย้ายเพื่อไปแสดงต่างที่เลย เพราะว่าสภาพที่นอนอยู่ในถังเล็กที่น้ำแค่ครึ่งถังนั้น ช่างดูอนาถแท้เลยนะ ถึงตอนนี้ยังคงมีการแสดงนี้อยู่ แต่พอนึกภาพที่มันต้องอยู่แล้วรู้สึกคงไม่ไปดูอีกแล้ว

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ทางเข้า ufabet มือถือ

แนะนำสถานที่ไหว้พระของจังหวัดอ่างทอง

สำหรับที่จังหวัดอ่างทองถือเป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่มีอายุมานานหลายร้อยปี และยังมีสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก ซึ่งจะมีทั้งพระพุทธรูปองค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และยังมีพระนอนองค์ใหญ่อันดับสองของประเทศ

และที่สำคัญยังมีวัดที่เป็น unseen Thailand ให้ได้ชมความงามกันอีกด้วย วันนี้เราจะมาพาไปไหว้พระ ที่มีชื่อเสียเป็นอย่างมากของจังหวัดอ่างทองกันเลยทีเดียว ซึ่งนักท่องเที่ยวสายบุญไม่ควรพลาด

วัดม่วง

สำหรับที่วัดแห่งนี้เป็นวัดที่ได้ชื่อว่ามีพระพุทธรูปที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกประดิษฐานอยู่ ให้นักท่องเที่ยวได้พากันมากราบไหว้ขอพร โดยชาวบ้านต่างก็เรียกพระพุทธรูปองค์นี้ว่าหลวงพ่อใหญ่ ซึ่งหลวงพ่อใหญ่นี้มีความสูง 95 เมตร เป็นพระพุทธรูปปรางมารวิชัย ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมากราบไหว้ต่างก็มีความเชื่อกันว่า

หาก เรานำมือทั้งสองข้างของเราไปจับที่ปลายนิ้วกลางของหลวงพ่อและอธิฐานของพรแล้วละก็ คำอธิฐานของเราจะสมหวัง นอกจากเราจะได้มาไหว้พระองค์ใหญ่ที่สุดในโลกแล้วที่นี่ยังมีจุดให้เยี่ยมชมความงามอีกหลายจุด เช่น การเยี่ยมชมรูปปั้นที่ทางวัดมีการจำลองนรกและสวรรค์ ภายในบริเวณวัดมีความร่มรื่นร่มเย็น เหมาะแก่การมาทำบุญไหว้พระเป็นอย่างมาก หากใครต้องการเดินทางมา ที่วัดแห่งนี้อยู่ในเขตพื้นที่ อำเภอวิเศษชัยชาญ

วัดขุนอินทประมูล

และสำหรับที่วัดแห่งนี้ จะมีพระพุทธรูปเก่าแก่ อายุหลายร้อยปีประดิษฐานอยู่ที่นี่ให้ประชาชนได้พากันมากราบไว้ ซึ่งทีวัดแห่งนี้ต่างก็เชื่อกันว่ามีการสร้างมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย แต่ด้วยวัดที่มีอายุหลายร้อยปีอีกทั้งยังเคยถูกไฟไหม้ ทำให้ทีวัดแห่งนี้ไม่มีโบสถ์และวิหารเหลืออยู่แล้ว

มีเพียงแค่ซากของความเจริญรุ่งเรืองในครั้งอดีตเท่านั้น สำหรับที่นี่จะมีพระพุทธไสยาสน์ที่เป็นพระนอน ซึ่งถือได้ว่าเป็นพระนอนที่ยาวมากที่สุดไปอันดับสองของประเทศประดิษฐานอยู่ที่นี่ด้วยและที่วัดแห่งนี้อยู่ในเขตอำเภอโพธิ์ทอง

อีกหนึ่งวัดที่เป็น unseen Thailand เลยก็คือวัดสังกระต่าย

ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมือง ที่วัดแห่งนี้จะมีโบสถ์เก่าแก่ที่มีต้นโพธิ์ที่มีขนาดใหญ่จำนวน 4 ต้นขึ้นล้อมรอบ มีรากของต้นโพธิ์คอยปกคลุมตัวโบสถ์เอาไว้ทำให้เป็นที่แปลกตากับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก โดยมีการคาดการณ์กันเอาไว้ว่าที่โบสถ์แห่งนี้มีอายุมากกว่า 400 ปีมาแล้วซึ่งชาวบ้านต่างก็พากันมาทำบุญไหว้พระกันเป็นประจำ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  หวยออนไลน์บาทละ 1000