อาหารที่ต้องกินเมื่อไปเที่ยวที่นาโกยะ ประเทศญี่ปุ่น 

นาโกยะ หนึ่งในเมืองใหญ่โดยมีประชากรอยู่อาศัยมากถึงอันดับที่ 4 ของประเทศญี่ปุ่น เป็นเมืองที่เป็นศูนย์กลางทางเกษตรกรรมและเศรษฐกิจมาอย่างยาวนาน อุดมสมบูรณ์ไปด้วยวัฒนธรรม ประเพณีการทำอาหารที่โดดเด่น จึงทำให้มีความแตกต่างจากเมืองใกล้เคียงอย่างโอซาก้าและเกียวโต ซึ่งอาหารที่ควรไปลองกินเมื่อไปเที่ยวถึงที่เมืองนาโกยะแล้วมีดังนี้

หมูทอดซอสมิโซะ (Miso Katsu) เมนูอาหารอันดับ 1 ที่มีเฉพาะพิเศษที่นาโกยะเท่านั้น จริงๆแล้วเมนูจำพวกคัตซึอย่างหมูทอดถือเป็นเมนูที่ได้รับความนิยมไปทั่วทั้งญี่ปุ่น แต่ที่นาโกยะมันพิเศษตรงที่ราดซอสมิโซะหนาๆแทนซอสทงคัตซึทั่วไป จึงช่วยส่งเสริมรสชาติให้อร่อยเข้มข้นกลมกล่อมขึ้นไปอีก มักเสิร์ฟมาพร้อมกะหล่ำปีหั่นฝอยกับข้าวสวยร้อนๆ

กุ้งทอด (Ebi Furai) คือเมนูอาหารธรที่นำเอากุ้งไปชุดแป้งเกล็ดขนมปังจากนั้นนำไปทอดในน้ำมันร้อนจนเหลืองกรอบน่ากิน สามารถหาได้ตามร้านอาหารทั่วไปที่นาโกยะ มักกินเป็นกับข้าว หรือ เครื่องเคียง เลยอาจจะเจอได้ตามข้าวกล่องเบนโตะ บนสปาเก็ตตี้ บนโอยาโกะด้ง หรืออาหารอื่นๆ

อุด้งต้มมิโซะซุป (Misonikomi) เป็นเมนูอาหารที่ต่างจากทั่วไปตรงที่จะนำเส้นอุด้งลงไปต้มในซุปที่ทำจากมิโซะแดงโดยตรง ซึ่งต่างจากกรรมวิธีการทำปกติที่ต้องนำอุด้งไปต้มในน้ำเปล่าแยกก่อน จึงทำให้เส้นอุด้งนี้มีรสชาติของมิโซะจากการต้มจนเข้าเนื้ออยู่ด้วย ส่วนวัตถุดิบอื่นๆก็จะมีทั้งต้นหอมญี่ปุ่น เห็ดหอม เต้าหูทอด ไข่ไก่ และเนื้อไก่ หรืออาจจะเนื้อหมู

ฮิตซึมะบูชิ (Hitsumabushi) หรือ ข้าวหน้าปลาไหลสไตล์นาโกยะ รู้กันไหมว่าที่จังหวัดไอจิที่เป็นตั้งของเมืองนาโกยะนั้นเป็นจังหวัดที่ผลิตปลาไหลของประเทศญี่ปุ่นด้วย จึงทำให้ข้าวหน้าปลาไหลเป็นอีกหนึ่งเมนูอาหารยอดนิยม แต่ที่นาโกยะนั้นต่างออกไปที่จะเสิร์ฟมาในชามทรงกลมใบใหญ่ เวลากินจะแบ่งออกเป็น 4 ส่วน

ตักส่วนแรกลงไปในชามแยกและกินไปแบบเอนจอยไม่ต้องปรุงอะไร ส่วนที่ 2 ตักใส่ชามแยกและใส่เครื่องปรุงรสตามชอบ เช่น วาซาบิ สาหร่าย มิตซึบะ หรือ ต้นหอม ส่วนที่ 3 ตักใส่ชามแยกให้ใส่เครื่องปรุงรสเหมือนส่วนที่ 2 แต่คราวนี้ให้เทน้ำชาหรือน้ำซุปลงไปด้วย ส่วนที่ 4 ที่เหลือนั้นให้เลือกกินแบบที่ตัวเองชอบมากที่สุดจาก 3 แรกที่เราได้กินมานั้นเอง

ซึ่งทั้งหมดที่แนะนำมานี้หากคุณได้มีโอกาสไปนาโกยะแล้วหล่ะก็ต้องไม่พลาด

 

สนับสนุนโดย  gclub

ท่องเที่ยวที่ไม่อาจลืม

ประเทศไหนกันที่เราไปแล้วรู้สึกประทับใจจนอยากจะกลับไปแล้วไปอีก หนึ่งนั้นก็คือ ประเทศฝรั่งเศส ฉันเข้าใจเลยว่าทำไมคนที่ไปที่ประเทศนี้ถึงหลงรักมัน เมื่อ 3 ปีก่อน

ฉันได้มีโอกาสไปฝรั่งเศสครั้งแรกพร้อมคนรัก เค้าพาฉันไปประเทศฝรั่งเศสเพราะเค้าหลงรักที่นี้และอยากให้ฉันได้หลงรักไปด้วยกับเค้า วันที่เดินทางถึงที่ประเทศฝรั่งเศส ฉันเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยเพราะได้มาที่นี้ครั้งแรก ฉันมองไปรอบๆเมืองปารีส ที่นี้สถาปัตยกรรมสวยงดงามจริงๆ

อย่างที่คนหลายคนเคยพูดไว้ วันแรกฉันได้เดินเล่นไปทั่วรอบเมืองปารีส ได้เดินไปตลาดมงมาร์ต ที่นี้มีงานศิลปะสวยมากมาย มีร้าน Coffee Shop ที่นั่งกินบรรยากาศตามหน้าร้านเต็มไปหมด ฉันรู้สึกมีความสุขที่ได้มาเดินเล่นท่องเที่ยวในบ้านเมืองต่างถิ่น อากาศเย็นสบาย ผู้คนดูมีชีวีตชีวา ฉันเชื่อแล้วว่าเมืองปารีสช่างมีเสน่ห์อย่างที่คนรักฉันบอกจริงๆ

วันนี้เราเดินเล่นกันทั้งวัน จนมาถึงช่วงเย็นคนรักของฉันพาฉันไปถ่ายรูปที่หอไอเฟล ครั้งแรกที่ฉันเห็นฉันรู้สึกถึงความสวยงามของหอไอเฟลที่มีความเป็นเอกลักษณ์ ดูสวยสง่าและแข็งแรงในเวลาเดียวกัน ฉันเดินเล่นแถวๆนั้นถ่ายรูปคู่กับหอไอเฟล และคนรักก็บอกว่าวันนี้จะพาฉันขึ้นไปกินข้าวที่หอไอเฟลชั้น 5 เป็นร้านชื่อดังและบรรยากาศดีมากๆ

ฉันรู้สึกดีใจที่ได้ขึ้นไปกินอาหารบนนั้น เพราะที่นั้นสวยงามจริงๆ มองไปรอบๆก็เห็นวิวเมืองและก็เห็นแม่น้ำแซนยามค่ำคืน ฉันเอนจอยกับอาหารที่นี้และพูดคุยกับคนรักอย่างมีความสุข จนกระทั่งเรากิน main course เสร็จและพนักงานมาเสิร์ฟขนมหวาน ในจานขนมนั้นดูน่ากินและตกแต่งจานมาอย่างสวยงาม ตัวฉันเองมองไปที่จานขนมนั้นที่มีกล่อง chocolate วางไว้

ฉันหยิบขึ้นด้วยความสงสัยและเปิดดู แล้วฉันก็ต้อง Surprise กับกล่อง chocolate กล่องนั้น เพราะข้างในกล่องมีแหวนที่คนรักของฉันเตรียมไว้ เค้าหันมาหาฉันและบอกแค่สั้นๆว่า “อยู่ด้วยกันตลอดไปนะ” ฉันยิ้มและน้ำตาไหล พร้อมกับพยักหน้าและตอบเค้าว่า “ค่ะ” และแขกในร้านเองต่างแสดงความยินดีกับฉัน

ฉันไม่คิดเลยว่าการที่ได้มาเที่ยวฝรั่งเศสครั้งแรกนอกจากบ้านเมืองและผู้คนที่ฉันหลงรักแล้ว ฉันยังรู้สึกถึงความรักจากคนรักที่มีให้ฉันมากขนาดนี้  สิ่งที่ฉันรู้สึกยิ่งกว่าการหลงรักประเทศฝรั่งเศส ก็คือฉันรักผู้ชายคนนี้ คนที่ทุ่มเททำทุกอย่างให้ฉัน…การท่องเที่ยวฝรั่งเศสครั้งนี้เป็นการเที่ยวที่ฉันจะไม่มีวันลืมเลย.. การเที่ยวนอกจากคุณได้เที่ยวที่ประเทศดีๆแล้ว มันคงจะดีที่สุดถ้าคุณได้ไปกับคนที่คุณรัก

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  สมัคร Sagame ฟรี

ลูกน้อยตัวร้อน พ่อแม่มือใหม่ควรทำอย่างไร

       สำหรับพ่อแม่ ไม่ว่าจะมือใหม่หรือมือเก่า ถ้าลูกน้อยมีอาการตัวร้อน มีไข้ก็จะมีความกระวายกระวายใจกันทุกรายไป แต่อยากบอกพ่อแม่ทั้งหลายว่า อาการเจ็บไข้สำหรับเด็กเล็กนั้นจะเกิดขึ้นได้บ่อยและง่ายมาก

เพราะหนูน้อยของเราภูมิคุ้มกันเชื้อโรคยังมีไม่ค่อยมากนัก ดังนั้นพ่อแม่ควรศึกษาเกี่ยวกับการดูแลลูกน้อยยามเป็นไข้ตัวร้อนเบื้องต้นก่อนที่จะพาไปพบแพทย์เพื่อเป็นการบรรเทาอาการไข้ให้ลูกน้อยของเราเอง

          หากลูกมีไข้ตัวร้อนโดยปกติพ่อแม่มักจะทราบอยู่แล้วเพระเราต้องคอยสัมผัสตัวลูกแทบจะตลอดเวลาอยู่แล้ว หากไม่มั่นใจว่ามีไข้หรือไม่ให้พ่อแม่หาซื้อปรอทวัดไข้เก็บไว้ที่บ้าน เมื่อไหร่ที่รู้สึกว่าลุกน้อยตัวเริ่มอุ่นๆหรือร้อนก็สามารถนำมาตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย

ได้เลยถ้ามีอุณหภูมิอยู่ที่ 37.6 – 38.4 แสดงว่ามีไข้แต่ว่าถ้าเกิน 38.4 แสดงว่าไข้สูงแต่ถ้าต่ำกว่า 37.6 แสดงว่าปกติไม่มีไข้อะไร ซึ่งหากลูกมีอาการตัวร้อนอาจมีสาเหตุมาจากสิ่งเหล่านี้ 

  • การติดเชื้อ สำหรับอาการตัวร้อนมีไข้ ส่วนใหญ่จะเป็นการติดเชื้อไวรัส หรือไม่ก็เชื้อแบคทีเรีย
  • บางครั้งเด็กมีไข้อ่อนๆเพราะอาจจะได้รับการฉีดวัคซีนมา ซึ่งจะเป็นกลไกการทำงานของร่างกายอยู่แล้ว เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันหลังจากฉีดวัคซีน
  • หรือบางครั้งพ่อแม่บางคนกลัวลูกจะหนาว หรือกลัวจะดำ จึงใส่เสื้อผ้าแขวนยาว หรือเสื้อผ้าหนาๆให้ลูกทำให้อุณหภูมิร่างกายของลูกสูงขึ้นมาได้

คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องตกใจ หากลูกมีอาการตัวร้อน ลองดูแลลดไข้ลูกน้อยด้วยตัวเองดูก่อนซึ่งขึ้นตอนไม่ได้ยุ่งยากอะไรเลย โดยหากพบว่าลูกตัวร้อนให้นำปรอทมาวัดไข้ก่อนว่าตอนนี้มีไข้สูเท่าไหร่ หลังจากนั้นลดอุณหภูมิความร้อนด้วยการเช็คตัวให้ลูกน้อยด้วยน้ำธรรมดา

โดยวิธีเช็คให้เช็ดย้อนขึ้นเพื่อให้รูขุมขนเปิด จุดไหนที่เป็นจุดอับเช่น รักแร้ คอ ข้อพับแขน ขา ต่างๆพยายามเช็คซ้ำๆและเมื่อเช็ดตัวแล้วนำผ้าแห้งมาเช็คตัวให้แห้งใส่เสื้อผ้าที่แห้งให้ลูกหลังจากนั้นวัดอุณหภูมิอีกรอบ ถ้าไข้ยังไม่ลดลงก็เช็ดใหม่

จนกว่าอุณหภูมิจะลดลงและเมื่อเช็คตัวแล้ว พยายามให้ลูกดื่มน้ำเยอะเพื่อช่วยลดอุณหภูมิภายในร่างกายและเป็นการป้องกันภาวะการขาดน้ำ ในช่วงนี้อย่าเพิ่งใส่เสื้อผ้าให้เด็กหนาจนเกินไป และหากเด็กมีอาการอาเจียนหรือท้องเสียร่วมด้วย ควรรีบพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจอาการอีกครั้ง หรือถ้ามีการดูแลรักษาเองแล้ว ภายใน 2-3 วันไข้ยังไม่หาย หรือมีอาการอื่นเป็นเพิ่มมากขึ้นก็ควรรีบพาลูกไปพบแพทย์

          

สนับสนุนโดย  คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริง

เที่ยวโอซาก้า

โอซาก้าเป็นเมืองที่อยู่ในภูมิภาคคันไซของประเทศญี่ปุ่น โอซาก้าจัดเป็นเมืองอันดับต้นๆที่ได้รับความนิยมรองจากโตเกียวและฮอกไกโด ซึ่งภูมิภาคคันไซนั้นอยู่ทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง ทำให้อากาศในภูมิภาคคันไวนั้นอบอุ่นกว่าภูมิภาคอื่นๆ ทำให้โอซาก้าสามารถมาเที่ยวได้ตลอดทั้งปี และการเดินทางที่ง่ายและสะดวกมาก

ใช้เวลาในการเดินทางจากประเทศไทยโดยเครื่องบินมาลงที่สนามบินนานาชาติคันไซ เพียง5ชั่วโมง30นาทีเท่านั้น และราคาค่าตั๋วก็ไม่แพงด้วย เพราะทุกสายการบินจะมีการจัดโปรโมชั่นอยู่ตลอดทั้งปี และที่สนามบินนานาชาติคันไซนี้ก็ยังมีบริการทั้งรถไฟ รสบัส

และรวมไปถึงแท็กซี่ต่างๆ เพื่อเดินทางเข้าเมืองตลอด24ชม.ด้วย ดังนั้นไม่ต้องกังวลว่าหากมาถึงไฟล์ดึกจะทำอย่างไรเพราะที่สนามบินนานาชาติคันไซแห่งนี้นั้นเค้ามีบริการและสามารถจัดการสำหรับนักท่องเที่ยวอย่างดีมากๆ

และเมื่อมาเที่ยวโอซาก้าสามารถนั่งรถไฟและรสบัสไปเที่ยวบริเวณรอบๆโอซาก้าได้ด้วยไม่ว่าจะเป็นเกียวโต โกเบและนารา ส่วนมากคนที่มาเที่ยวโอซาก้านั้นก็จะไม่พลาดที่จะไปจังหวัดรอบๆโอซาก้าเหล่านี้เพราะถือว่ามาเที่ยวทั้งทีต้องเที่ยวให้คุ้มค่านั่นเอง แต่การเดินทางไปหลายๆ

ที่นั้นก็อาจจะต้องทำใจในเรื่องค่าใช้จ่ายในการเดินทางและความเหนื่อยล้าจากการเดินทางด้วย เพราะอาจจะต้องเร่งรับถึงแม้จะเป็นจังหวัดที่ใกล้กันแต่ยังไงก็แนะนำว่าหากมาเที่ยวโอซาก้านั้นและไม่อยากเหนื่อยเกินไปก็ควรเที่ยวในโอซาก้าให้ครบเสียก่อน

โอซาก้านั้นช่วงที่คนนิยมมาเที่ยวมากที่สุดก็คงจะไม่พ้นฤดูหนาว เพราะประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ต้องมีการเดินทางด้วยค่อนข้างเยอะ จึงทำให้หากมาเที่ยวในฤดูร้อนนั้นดกรงว่าจะไม่เหมาะแก่การเดินสักเท่าไหร่และความพิเศษในฤดูหนาวนั้นหากเป็นช่วงปลายปีกลางเดือนพฤศจิกายนนั้นก็อาจจะได้เห็นความงามของใบไม้แดงและปลายเดือนมีนาคมก็จะเป็นช่วงที่ดอกวากุระบานนั่นเอง จึงทำให้ช่วงนี้การเที่ยวโอซาก้าเป็นช่วงที่คึกคักอย่างมาก

และเมื่อพูดถึงใบไม้แดงและซากุระนั้น สถานที่ต้องปักหมุดไว้หากได้ไปเที่ยวโอซาก้าก็คือ Osaka Castle เป็นปราสารทที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวและคนญี่ปุ่นมากๆในช่วงหน้าใบแดงและหน้าซากุระ เพราะที่นี่นั้นจะมีความสวยงามของทั้งใบไม้แดงและดอกซากุระนั่นเอง และปราสารทแห่งนี้นั้นถือว่าเป็นมรดกของเมืองโอซาก้าแห่งนี้ด้วย ทำให้หากได้ไปโอซาก้าแล้วนั้

จึงต้องไม่พลาดที่จะไปถ่ายรูปและเดินเที่ยวรอบๆเพื่อถ่ายรูปเป็นที่ระลึกและชมความสวยงามของประสารทแห่งนี้ นอกจากความสวยงามแล้วยังมีการจัดนิทรรศการต่างๆภายในประสารทด้วย  โดยประสารทแห่งนี้จะเสียค่าเข้าชมอยู่ที่ประมาณ 600 เยนเท่านั้น ซึ่งถือว่าคุ้มค่ากับความสวยงามมากๆ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  Gclub ดาวน์โหลด