Month: November 2016

10 อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง ไม่ควรทานบ่อย

Posted on November 22, 2016  in สุขภาพประจำวัน

 

แม้นิยามของคำว่า “อาหาร” จะหมายถึง สิ่งที่ทานเข้าไปแล้วช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโต มีสุขภาพอนามัยที่ดี มีพลังงานในการเคลื่อนไหวและการทำงานได้ แต่การรับประทานอาหารที่จะให้ประโยชน์ต่อร่างกายดังกล่าว ก็ควรประกอบไปด้วย “สารอาหาร” หรือสิ่งที่มีคุณค่าในอาหาร 5 ประเภท ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วิตามิน และเกลือแร่ โดยบริโภคในปริมาณที่พอเหมาะ เพราะอาหารบางอย่างหากรับประทานมากจนเกินไปหรือบ่อยเกินไป ก็อาจกลายเป็นผลเสียกับร่างกายได้ โดยศาสตร์ของแพทย์แผนจีนกล่าวถึงอาหาร 10 ชนิดที่ไม่ควรทานมากหรือบ่อยเกินไปว่ามีดังนี้

  1. ไข่เยี่ยวม้า เนื่องจากมีสารตะกั่วค่อนข้างสูง ซึ่งฤทธิ์ของตะกั่วจะทำให้การดูดซึมแคลเซียมน้อยลง หากกินบ่อยๆ ก็จะเสี่ยงต่อโรคกระดูกโปร่งบางและอาจทำให้ได้รับพิษตะกั่ว เช่น สมองเสื่อม หรือเป็นหมันได้
  2. ปาท่องโก๋ เพราะอาจมีการปนเปื้อนของสารตะกั่ว ซึ่งมักปะปนอยู่ในสารส้มที่ใช้ในกระบวนการทำปาท่องโก๋ โดยฤทธิ์ของตะกั่วนั้น จะทำให้ไตทำงานหนักในการขับสารพิษออกจากร่างกาย นอกจากนี้ ยังทำให้คอแห้ง และเจ็บคอได้ โดยเฉพาะในคนที่เป็นโรคร้อนในได้ง่าย
  3. เนื้อย่าง เนื่องจากในกระบวนการทำให้สุกมักเกิดสารเบนโซไพรีนซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง
  4. ผักดอง ซึ่งมีเกลือโซเดียมในปริมาณสูง ดังนั้น หากบริโภคบ่อยเกินหรือมากเกินก็จะทำให้หัวใจทำงานหนัก เกิดความดันเลือดโลหิต และเป็นโรคหัวใจได้ง่าย นอกจากนี้ ในกระบวนการหมักดองยังทำให้เกิดสารแอมโมเนียมไนไตรด์ ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งอีกด้วย
  5. ตับหมู เนื่องจากมีคอเลสเตอรอลสูง การกินตับหมูบ่อยๆ จึงทำให้เสี่ยงต่อโรคหัวใจ โรคเส้นเลือดสมอง โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต และโรคมะเร็งเพิ่มมากขึ้น
  6. ผักโขมหรือปวยเล้ง แม้จะเป็นผักที่มีธาตุอาหารสูง แต่ก็มีกรดออกซาเลตอยู่มาก จึงทำให้เกิดการขับสังกะสี และแคลเซียมออกจากร่างกายมากเกินไป การกินบ่อยๆ หรือมากเกินความจำเป็นก็อาจทำให้เกิดภาวะขาดแคลเซียมหรือสังกะสีได้
  7. บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป มักมีสารกัดบูด และสารปรุงแต่งรสค่อนข้างสูง รวมทั้งมีคุณค่าทางอาหารต่ำ การกินบะหมี่สำเร็จรูปมากเกินไปจึงอาจทำให้เสี่ยงต่อโรคขาดอาหารและการสะสมสารพิษได้
  8. เมล็ดทานตะวัน แม้จะเป็นอาหารที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง แต่การกินมากหรือบ่อยเกินไปจะทำให้กระบวนการเคมีในร่างกายผิดปกติ ทำให้เกิดการสะสมไขมันในตับ และภาวะไขมันในตับสูง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโรคตับแข็งเพิ่มมากขึ้น
  9. เต้าหู้หมักหรือเต้าหู้ยี้ ในกระบวนการหมักเต้าหู้อาจมีการปนเปื้อนของเชื้อโรคได้ง่าย ซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้สูงอายุและเด็กเล็ก นอกจากนี้ในกระบวนการผลิตยังทำให้เกิดไฮโดรเจนซัลไฟด์ซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกายอีกด้วย
  10. ผงชูรส โดยทั่วไปคนเราไม่ควรกินผงชูรสเกินวันละ 6 กรัม หรือประมาณ 1 ช้อนชา เพราะการกินผงชูรสมากหรือบ่อยเกิน จะทำให้เกิดภาวะกรดกลูตามิกในเลือดสูงซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ปวดศีรษะ ใจสั่น คลื่นไส้ และมีผลเสียต่ออวัยวะสืบพันธุ์

อาหารทั้ง 10 ชนิดนี้ เมื่อรับประทานมากหรือบ่อยเกินไป ก็จะส่งผลกระทบต่อร่างกาย จึงควรหลีกเลี่ยงการกินบ่อยๆ แล้วหันมายึดคติที่ว่า “ทานอาหารให้หลากหลาย ทานผักผลไม้หลากสี ออกกำลังกาย และทำจิตใจให้ดี” เพียงเท่านี้ก็สุขได้พร้อมร่างกายที่แข็งแรงแล้วล่ะค่ะ

[Top]

Month: November 2016

กลโกงนักพนัน

Posted on November 20, 2016  in การพนัน, กีฬา, ความรู้ทั่วไป, ความสวย-ความงาม

คงเคยเห็น หรือรู้จักการการโกงไพ่กันใช่ไหมล่ะครับ  อาจจะเคยดูมาให้หนัง หรือบางคนอาจจะทำได้จริง แต่สิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้คือเรื่องจริงครับ การโกงไพ่นั้นไม่ใช่มีแค่ในหนังหรือในละครนะครับ เรื่องจริงก็ทำได้ครับ ซึ่งการโกงไพ่นั้นทำได้ไม่ยากเลยเพียงแค่คุณเป็นคนที่คุณเคยกับการจับไพ่ หรือการอยู่ในแวดวงของการเสียงโชคแค่นั้นเอง คนที่โกงนั้นไพ่นั้นอาจจะชำนาญจนคุณไม่รู้สึกตัวเลยว่าตกลงไปในหลุมพรางของเค้าแล้ว  ก็เหมือนกับปลาที่หุบเหยื่อแหละครับ เค้าจะมีวิธีมากมายที่จะทำให้คุณไม่รู้ตัวเลยและสามารถเอาเงินของคุณไปอย่างง่ายดาย gclub เพียงแค่หลอกล่อเพื่อไม่ให้ผิดสังเกต หรือวิธีอะไรก็ตาม ที่จะให้ได้เงินของคุณไป ซึ่งคนพวกนี้จะใช้ความโลภโดยขาดสติของคุณ บางคนสามารถโกงเงินไปเป็นแสนๆโดยผู้เสียหายไม่รู้ตัวเลยก็ได้  บ้างเป็นหนีหมดเนื้อหมดตัวก็มี  และการที่จะดูว่าคนนี้โกงหรือไม่นั้นก็สามารถทำได้ยากมาก และนี้คือเหตุผลนึงที่ทำให้การพนันนั้นผิดกฎหมายและศิลธรรม  โดยบุคคลพวกนี้ไม่สนหลอกครับว่าคุณจะมีเงินมากน้อยแค่ไหน เพราะสุดท้ายเงินก็จะไปตกอยู่ที่พวกนี้   แล้วจะทำอย่าไร? เหตุผลเดียวเลยครับที่จะไม่ทำให้เสียเงินให้กับบุคคลเหล่านี้คือคุณต้องรู้ให้เท่าทันหรือถ้าเป็นไปได้ก็ไม่ควรยุ่งกับสิ่งพวกนี้เลยดีกว่าครับ

,

[Top]

Month: November 2016

อยากผิวขาวอมชมพู ง่ายๆแค่ทานผักโขม

Posted on November 14, 2016  in ความรู้ทั่วไป

1011

ปัจจุบัน ถามสาวๆ 100 คน เรื่องผิวขาวอมชมพู อาจจะมี ถึง 98 คนที่ต้องการให้ผิวขาวอมชมพู นะคะ ทำให้มีผลิตภัณฑ์ต่างๆออกมามากมายราวกับดอกเห็ด เชิญชวนให้ทดลองใช้ เพื่อให้ได้ผิวขาวใสอมชมพูในแบบที่ต้องการ แต่วันนี้ มีวิธีง่ายกว่านั้นมาแนะนำคุณผู้อ่านค่ะ ไม่ต้องเสียเงิน มากมายไม่ต้องเสี่ยง ต่อการแพ้ผลิตภัณฑ์ อีกด้วยค่ะ วิธีทีว่านั้นคืออะไรเรามาดูกันได้เลยค่ะ ทาน ผักโขม ค่ะ คุณผู้อ่านอาจจะ ไม่เข้าใจนะคะ ว่าทำไม แค่ผักโขมมันจะช่วยอะไรให้ผิวเราขาวอมชมพูได้ใช่ไหมคะ มาดูกันค่ะ ว่าผักโขม คืออะไร แล้วมีที่มาที่ไป อีกทั้งสรรพคุณต่างๆอย่างไรค่ะ

ผักโขม ผักโขมเป็นไม้พุ่มเตี้ยและเป็นพืชล้มลุกปีเดียว สูง 30-100 ซม. ลำต้นอวบน้ำมีสีเขียวตั้งตรงแตกกิ่งก้านสาขามาก โคนมีสีแดงน้ำตาล ใบเป็นใบเดี่ยวรูปไข่คล้ายสามเหลี่ยมใบออกแบบสลับกว้าง 2.5-8 ซม.ยาว 3.5-12 ซม. ผิวเรียบหรือมีขนเล็กน้อย ขอบใบเรียบ หลังให้เป็นคลื่นเล็กน้อย ส่วนดอกเป็นดอกช่อสีม่วงปนเขียว ออกดอกเป็นช่อตามซอกใบและปลายกิ่ง ดอกย่อยเรียงตัวอัดกันแน่น เมล็ดมีลักษณะกลมสีน้ำตาลเกือบดำ ขนาดไล็ก เมื่อรู้จักลักษณะ ของผักโขมแล้ว คราวนี้เรามาดูกันค่ะ ว่าผักโขมมีประโยชน์อย่างไร ใจผักโขมนั้น จะมีสารอาหารจำพวกธาตุเหล็ก ที่มีส่วนช่วยสร้าง ฮีโมโกลบินในเลือด จึงเป็นสาเหตุที่ช่วยให้มีผิวสีชมพูแบบเลือดฝาด อีกทั้งธาตุเหล็กยังช่วยในการลำเลียงออกซิเจนไปสู่เซลส์ต่างๆทั่วร่างกาย ทำให้สุขภาพแข็งแรงผิวพรรณสดใสอีกด้วยค่ะ ประโยชน์ของผักโขมไม่ใส่แค่บำรุงผิวพรรณอย่างเดียวนะคะ ยังมีคุณค่าทางอาหาร และ ทางยา ด้วยค่ะ โดยยอดอ่อน ใบอ่อน ต้นอ่อน นำมาต้ม,ลวกหรือนึ่งให้สุกรับประทานเป็นผักจิ้มกับน้ำพริกเช่น น้ำพริกปลาร้า ปลาจ่อม กะปิ ปลาทูและน้ำพริกอีกหลายชนิด หรือนึ่งพร้อมกับปลา ทำผัดผักกับเนื้อสัตว์ นำไปปรุงเป็นแกงเช่น แกงเลียงก็ดีต่อสุขภาพเช่นกันค่ะ สรรพคุณทางยา นั้น ใช้ดับพิษภายในและภายนอก แก้บิด มูกเลือด ริดสีดวงจมูก ริดสีดวงทวาร แก้ผื่นคัน แก้รำมะนาด รักษาฝี แผลพุพอง ใบสด รักษาแผลพุพอง ต้น แก้อาการแน่นหน้าอกและไอหอบ ราก ดับพิษร้อนถอนพิษไข้ ขับปัสสาวะค่ะ เห็นไหมคะ ว่าพืชสมุนไพรล้มลุก ต้นเล็กๆ ที่อยู่คู่กับคนไทยมานาน ให้ประโยชน์และคุณค่ามากมาย ไม่ต้องเสียเงินจำนวนมากไปซื้อ สิ่งของบำรุงผิวพรรณ บำรุงร่างกาย แค่เราใช้สมุนไพรแบบไทยให้คุ้มค่าเท่านี้ก็พอแล้วค่ะ

[Top]

Month: November 2016

ลิปสติกที่ไม่ชอบอย่าทิ้งกว้าง นำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ดีกว่า

Posted on November 10, 2016  in ความสวย-ความงาม

5fhkam2ifefvu1rgv0hxz2pau6j0dmh8

คงต้องยอมรับกันเลยนะค่ะว่า สาวๆเดี๋ยวนี้เนี่ย มักจะมีสารพันสีของเจ้าลิปสติกมากมายเลยทีเดียว ทั้งนี้ก็เพราะว่าบางทีไปซื้อก็เลือกไม่ถูกว่า เอ๊ะ สีนี้ก็สวย สีนั้นก็สวยนะ ช่วงนี้เทรนด์สีนี้มาแรงบ้างละ แต่พอหมดยุคแล้ว เชื่อเถะค่ะ ว่าร้อยทั้ง โยนทิ้งไม่เห็นความสำคัญของมันเลยสักกะนิดเดียว ก็ไปหลงกับสีใหม่ เทรนด์ใหม่ๆหนะสิค่ะ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดใช่ไหมละค่ะ เพราะว่าเป็นผู้หญิงก็ต้องอย่าหยุดสวยใช่ไหมละค่ะ หรือบางทีซื้อมาแล้ว เนื้อมันแห้งไป หนาไปหรืออย่างไรเราก็ไม่สามารถที่จะใช้ได้ ก็ต้องทิ้งไปใช่ไหมละค่ะ แต่อย่าเพิ่งทิ้งนะ เพราะว่าวันนี้เรามีคำแนะนำในเรื่องจองการปรับเปลี่ยนลิปสติกพวกนั้นให้คุณใช้ได้อย่างสบายใจแล้วค่ะ

– ถ้าเจ้าลิปสติกแท่งนั้นมีเนื้อหนาหนักเกินไปทำอย่างไรดี

ไม่ยากค่ะ ถ้าหากลิปสติกที่คุณซื้อมานั้นมีเนื้อที่หนาเกินไป แก้ไขด้วยการนำลิปปาล์มมาทาลงไปก่อน เสร็จแล้วจึงค่อยนำลิปสติกแท่งนั้นทับลงไปบางๆ หรือหลังจากทาลิปสติกแล้ว ก็ใช้กระดาษทิชชูซับออกแล้วค่อยทาลิปกลอสทับลงไปอีกที

– ถ้าหากเจ้าลิปสติกเนื้อแมตต์ที่คุณซื้อมามันดูแห้งเกินไปทำอย่างไรดี

ไม่ยากค่ะ เพียงแค่คุณทาทับด้วยลิปกลอส แต่ถ้าคุณไม่มีลิปกลอสอยู่ในมือ คุณก็สามารถใช้ปิโตรเลียมเจลลี่หรือวาสลีนทับลงไป เพื่อให้ดูเป็นมันวาวขึ้นเล็กน้อย

– ถ้าเจ้าลิปสติกที่คุณซื้อมามันมีสีเข้มเกินไปทำอย่างไรดี

เริ่มจาก ให้คุณหาพูกันมา แล้วนำพู่กันอันนั้นจิ้มกับลิปสติกแล้วทาลงบนริมฝีปากเพียงเบาบาง (การทาจากแท่งลิปสติกโดยตรงจะทำให้มีเนื้อสีเข้มข้นเกินไป) จากนั้นทาทับด้วยลิปสติกที่มีโทนสีอ่อนกว่า

– ถ้าคุณอยากเปลี่ยนเจ้าลิปสติกสีอ่อนๆ ที่คุณซื้อมาให้มันมีสีเข้มขึ้นทำอย่างไรดี

ไม่ยากเลยค่ะ เพียงแค่คุณใช้ดินสอเขียนขอบปากทารองพื้นริมฝีปากให้ทั่ว ก่อนทาทับด้วยลิปสติกโทนสีอ่อนแท่งนั้น นอกจากนี้ คุณยังสามารถใช้ดินสอเขียนขอบปากทาทับลงบนลิปสติกที่มีเนื้อมันวาว เพื่อทำให้ดูเป็นเนื้อแมตต์ได้ด้วย

ต่อไปนี้ก็คงไม่ต้องมานั่งเสียเงินฟรีแล้วนะค่ะ เรียกว่าใช้ได้อย่างคุ้มค่าเชียวละค่ะ

[Top]