ตัวอย่างจากญี่ปุ่นและเกาหลี

ตัวอย่างจากญี่ปุ่นและเกาหลี การระบาดของไวรัสโควิด-19 อาจจะกลับมาได้อีก

       ในสถานการณ์การควบคุมโรคระบาดของรัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ตอนนี้มีความเป็นไปได้มากที่ตอนนี้ประเทศไทยของเราสามารถที่จะควบคุมการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้แล้วเพราะยอดการติดเชื้อต่ำมากในแต่ละวันและล่าสุดวันที่  12 เดือนพฤษภาคม ปีพ.ศ. 2563

ได้มีการตรวจพบว่ายอดการติดเชื้อระบาดนั้นเป็นศูนย์แล้ว ซึ่งหากว่ายอดการระบาดยังคงเป็นศูนย์แบบนี้ในทุกทุกวันคาดว่าไม่นานสถานการณ์ของประเทศไทยก็จะกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม แต่ในขณะเดียวกัน ในขณะนี้ที่สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังไม่แน่นอน

นั้นทางรัฐบาลเองก็เริ่มมีการปลดล็อกบางส่วนให้ทุกคนจะได้สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ ซึ่งมีทั้งการเปิดให้มีการท่องเที่ยว  การเล่นกอร์ฟ  การเปิดร้านตัดผม  การเปิดร้านอาหาร ซึ่งทางคุณหมอเองต่างก็กลัวกันเป็นอย่างมากว่าการที่เรามีการปลดล็อกเร็วเกินไป จะทำให้ประเทศไทยกลับไประบาดของไวรัสอีกครั้งหรือไม่กันแน่

    เนื่องจากเราเองก็เห็นแล้วว่า  มีหลายประเทศที่สามารถควบคุมการระบาดของเชื้อไวรัสได้แต่ก็ยังกลับมาระบาดใหม่อีกครั้งเป็นรอบที่ 2 ซึ่งครั้งที่ 2 นี้จำนวนผู้ติดเชื้อต่างก็ทวีคูณเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมดังนั้นประเทศไทยเองก็ยังอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่การระบาดจะกลับมาเป็นรอบที่ 2 ได้เช่นเดียวกัน

อย่างประเทศญี่ปุ่นประเทศจีนและประเทศเกาหลีเป็นบทเรียนที่สำคัญที่เราสามารถนำมาศึกษาข้อมูลเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเช่นเดียวกับทั้งสามประเทศนี้

โดยจากที่เราติดตามข่าวของทั้ง 3 ประเภศนี้จะเห็นว่า เมื่อรัฐบาลมีการปลดล็อคให้ประชาชนออกมาใช้ชีวิตได้ตามปกติมีการจำหน่ายเหล้าเบียร์มีการเปิดร้านอาหารเปิดผับบาร์ทำให้ประชาชนต่างก็มาใช้บริการและไม่ได้เว้นระยะห่างระหว่างกันกลับไปใช้ชีวิตเหมือนเดิมก่อนที่จะมีการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าซึ่งหลังจากนั้นกลับพบว่าจำนวนผู้ติดเชื้อกับมีมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เนื่องจากทุกคนเริ่มที่จะผ่อนคลายคิดว่าการระบาดคงไม่มีเกิดขึ้นอีกแล้วซึ่งเป็นความคิดที่ผิดเป็นอย่างมากดังนั้นประเทศไทยของเราเองในตอนนี้ที่กำลังสามารถควบคุมการระบาดของไวรัสโคโรน่าได้หากมีการปลดล็อคเร็วเกินไปปล่อยให้ประชาชนไปใช้ชีวิตได้ตามปกติอาจจะมีการขาดความร่วมมือในการที่จะดูแลตนเอง

อย่างเช่นการสวมใส่หน้ากากอนามัยการใช้เจลล้างมือเป็นประจำหรือแม้แต่การเว้นระยะห่างระหว่างกันซึ่งจะเกิดขึ้นก็จะทำให้การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่ากลับมาระบาดในรอบใหม่อีกได้และที่สำคัญอีกไม่กี่เดือนก็จะเข้าสู่สภาวะหน้าฝน

ซึ่งในช่วงฤดูกาลนี้จะทำให้ประชาชนป่วยไข้ได้ง่ายโดยเฉพาะการเป็นไข้หวัดทำให้ร่างกายอ่อนแอและเป็นโอกาสสูงอย่างมากที่เชื้อไวรัสโคโรนาจะกลับมาระบาดใหม่ได้อีกครั้งหนึ่งดังนั้นทางที่ดีเราจึงต้องมีความจำเป็นที่ควรมีความระมัดระวังมากยิ่งขึ้นเพื่อที่จะได้ไม่เหมือนกับประเทศญี่ปุ่นหรือเกาหลี

สัญญาณเตือนว่าคุณอาจจะเป็นมะเร็งมดลูก

มะเร็งมากมดลูกถือว่าเป็นอีกโรคที่เป็นมากในผู้หญิง ซึ่งจะเกิดขึ้นบริเวณปากมดลูกของผู้หญิง และทำการพัฒนาไปเป็นเซลล์มะเร็งในอนาคต สาวๆหลายคนมักจะมองข้ามสิ่งหนึ่งไปว่า การที่จะเป็นมะเร็งปากมดลูกได้นั้นจะต้องผู้หญิงที่ผ่านการมีเพศสัมพันธ์มาแล้วเท่านั้น

ซึ่งในความเป็นจริงทางการแพทย์ได้ออกมาทำการยืนยันแล้ว โรคมะเร็งปากมดลูกนี้สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในผู้หญิงที่ผ่านการมีเพศสัมพันธ์และยังไม่ผ่านการมีเพศสัมพันธ์ได้ทั้งหมด เพราะฉะนั้นแล้วไม่ว่าใครก็สิทธิ์ที่จะเป็นมะเร็งปากมดลูกกันทั้งนั้น

แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเรานั้นเป็นหรือไม่เป็นถ้าหากไม่ได้ไปตรวจ จึงเป็นที่มาของบทความนี้โดยเฉพาเลย เพราะเราจะนำสัญญาณของความเสี่ยงที่อาจจะบอกได้ว่า คุณนั้นเป็นมะเร็งปากมดลูกหรือไม่ จะมีสัญญาณเสี่ยงอะไรบ้างนั้นมีดังนี้

1.เลือดออกจากช่องคลอด อยู่ก็มีเลือดไหลออกจากทางช่องคลอดโดยไม่มีสาเหตุ และคาดว่าไม่ใช่เลือดของประจำเดือนด้วยนั้น ซึ่งอาจจะเป็นเลือดที่ออกมาหลังจากการมีเพศสัมพันธ์ หลังการตรวจภายใน หรือหลังหมดประจำเดือน ที่เลือดยังคงไหลออกมาอย่างกะปริดกะปรอยแบบผิดปกติ

2.ตกขาว อาการตกขาวนั้นในผู้หญิงถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าหากทุกครั้งที่เห็นตกขาวนั้นควรจะทำการสังเกตอยู่เสมอว่ามีความผิดปกติอยู่หรือไม่ อย่างเช่น ตกขาวมีสีที่ขุ่นจนเห็นได้ชัด หรือ มีเลือดที่ไหลปนออกมาด้วย

3.มีอาการเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ แน่นอนว่ามันอาจจะเป็นเรื่องปกติของผู้หญิงเมื่อมีเพศสัมพันธ์ ก็มักจะมีอาการเจ็บอยู่แล้วในขณะที่มีเพศสัมพันธ์ แต่คุณต้องลองสังเกตด้วยว่าเป็นอาการเจ็บแบบไหน เพราะถ้าหากมีอาการเจ็บที่ผิดปกติจนทรมานก็อาจจะถือว่าเป็นสัญญาณเสี่ยงก็ได้

4.สารคัดหลั่งผิดปกติ นอกจากอาการตกขาวที่ออกจากช่องคลอดแล้ว ยังต้องคอยสังเกตดูด้วยว่ามีสารคัดหลั่งออกมาจากช่องคลอดเป็นจำนวนมากกว่าปกติด้วยหรือไม่ และถ้าหากมีการปะปนของเลือดด้วยนั้นแล้วยิ่งมีความผิดปกติ

5.การปัสสาวะ ถือว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวที่สังเกตได้ง่ายทุกครั้งที่มีอาการปวดปัสสาวะ จะมีอาการปวดปัสสาวะบ่อยมากขึ้น มีความปวดบวมขณะปัสสาวะ หรือมีการปวดปัสสาวะแต่ปัสสาวะไม่ออก

6.อ่อนเพลีย จะรู้สึกได้เลยว่าร่างกายนั้นมีความอ่อนเพลีย ไร้เรี่ยวแรงไม่ว่าจะทำอะไร รู้สึกเหนื่อยง่าย เกิดอาการเบื่ออาหาร ร่างกายผอม หรือมีน้ำหนักที่ลดลงเร็วผิดปกติ

7.ปวดท้อง สำหรับผู้หญิงอาการปวดท้องน้อยจะเฉพาะตอนช่วงของการเป็นประจำเดือน แต่ถ้าหากในช่วงที่ไม่ได้เป็นประจำเดือนนั้น แล้วรู้สึกปวดท้องน้อยเบาๆจนถึงขั้นรุนแรง ก็เป็นอีกสัญญาณเสี่ยง

8.อาการแทรกซ้อน นอกจากอาการทั้งหมดที่ได้กล่าวมานั้น อาจจะดูเหมือนว่าเป็นสิ่งปกติ ให้ลองสังเกตอาการอื่นๆไปด้วยหากว่าเกิดขึ้นมาพร้อมกันอย่างเช่น ขาบวม ปวดหลัง ปัสสาวะมีเลือดปน เป็นต้น

 

สุขภาพดีเริ่มต้นที่ตัวเรา

      อโรคยา ปรมาลาภา ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ

เชื่อว่าหลายๆคนก็คงเคยได้ยิน ได้ทราบถึงความหมายของประโยคนี้กัน และหลายคนเองก็อยากที่จะเป็นอย่าเช่นในประโยคนี้เช่นกัน

เพราะอย่างที่เราทราบกันดีว่าสุขภาพที่ดีเป็นสิ่งล้ำค่าของชีวิต แม้แต่การมีเงินทองมากมายก็ไม่อาจเทียบได้กับการที่ได้มีสุขภาพที่ดี เพราะเมื่อเรามีสุขภาพดีก็จะมีความสุขในชีวิต เวลาลงมือทำสิ่งใดก็จะสามารถทำได้เป็นอย่างดี และสุดท้ายก็จะมีสิ่งดีๆก็จะตามมานั่นเอง

       สุขภาพที่ดีนั้นเริ่มต้นขึ้นได้จากตัวเราเอง เราเคยสังเกตหรือสำรวจตัวเองดูหรือไม่

ว่าในหนึ่งวันเรายิ้ม หัวเราะหรือมีความสุขมากน้อยแค่ไหน เราพอใจกับการที่มีชีวิตแล้วได้ชีวิตเป็นตัวเองหรือไม่ เพราะถ้าไม่นั้นก็ถือเป็นสัญญาณหนึ่งที่บ่งบอกว่าสุขภาพทางใจของคุณไม่ดี หรือกำลังมีปัญหาอยู่ การที่เราจะเริ่มมีต้นสุขภาพที่ดีได้นั้นก็ต้องเริ่มกันจากภายใน

กล่าวก็คือการทำให้จิตใจของเรานั้นดีก่อน โดยที่เราจะต้องรู้จักบริหารจิตใจให้เกิดความสงบ และรู้จักที่จะบริหารอารมณ์ความรู้สึกเมื่อต้องเจอกับสถานการณ์ต่างๆในชีวิต เพราะการมีภูมิต้านทานที่ดีทางจิตใจก็เป็นหนึ่งในการเริ่มต้นมีสุขภาพที่ดี

ต่อมาก็คือสุขภาพที่ดีของร่างกาย

คงจะไม่มีสิ่งไหนสำคัญไปกว่าร่างกายของเรา เพราะร่างกายเป็นทรัพย์สินที่เราเป็นเจ้าของมันอย่างแท้จริง การที่มีสุขภาพร่างกายที่ดีนั้นก็นับได้ว่าเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่ามากแล้ว การที่เรารู้จักที่จะทำให้ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์อยู่เสมอนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ดี และพึงกระทำมากๆ การใส่ใจต่อสุขภาพร่างกายเบื้องต้น

อย่างการรู้จักที่จะดื่มน้ำให้ครบปริมาณตามที่ร่างกายต้อง หรือแม้แต่การที่เราได้ทำการนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ การบริหารร่างกายให้มีการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้ออย่างการออกกำลังกายนั้นก็นับได้ว่าเป็นพฤติกรรมเริ่มต้นของการมีสุขภาพที่ดีเช่นกัน และสุดท้ายที่เป็นเรื่องสำคัญอีกอย่างหนึ่งเลยก็คือการเลือกรับประทานอาหารที่ดี

ปัจจัยหลักของร่างกายที่สามารถที่จะทำให้ดำรงชีวิตอยู่ได้ต่อไปในโลกนี้ก็คงจะไม่พ้นเรื่องอาหาร การที่ร่างกายได้รับสารอาหารที่ดีมีประโยชน์ และเพียงพอต่อร่างกายในทุกวันนั้นก็จะทำให้เรามีสุขภาพที่ดีได้ 

         เพราะในเรื่องของสุขภาพนั้นเป็นสิ่งที่ไม่มีใคร เป็นผู้กำหนดได้ นอกจากตัวเราเองซึ่งเป็นสิ่งที่ตัวเราเลือกได้ว่าเราจะเลือกให้ตัวเองมีสุขภาพที่ดีหรือไม่ดีได้อย่างไร อยากให้ลองมองย้อนกลับไปดูว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมานั้นเรามีการดำเนินชีวิตอย่างถูกต้องหรือไม่ หรือว่าเรามีการใส่ใจในเรื่องอาหารการกินมากพอแล้วหรือยัง และสุดท้ายนี้ก็คงถึงเวลาแล้วที่ตัวเราเองจะต้องรีบทำให้ร่างกายได้ปรับตัว

ไม่ควรที่จะละเลยในเรื่องของการใส่ใจดูแลรักษาสุขภาพให้มีความแข็งแรงอยู่เสมอ เพราะถ้าหากเกิดปัญหาขึ้นก็อาจจะทำให้สายจนเกินแก้ได้

 

สนับสนุนเรื่องสุขภาพโดย บาคาร่าขั้นต่ำ 10 บาท