คู่มือท่องเที่ยว

คู่มือท่องเที่ยว มือใหม่หัดบิน

คู่มือท่องเที่ยว

-Capsule hotel โรงแรมประเภทนี้จะปรับสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆออกเหลือแต่สิ่งที่จำเป็นจริงๆเท่านั้นมีลักษณะเป็นตู้นอนเรียงต่อกันหนึ่งคนต่อหนึ่งตู้ มีม่านปิดที่ปลายเท้าเพื่อความเป็นส่วนตัวมีล็อกเกอร์ส่วนตัวไว้ให้เราได้เก็บของมีห้องอาบน้ำรวม

และมีชุดยูกาตะให้ใส่เวลานอนเรียกได้ว่าเอาไว้แค่พอซุกหัวนอนเท่านั้นผู้เข้าพักส่วนใหญ่มักจะเป็นคนที่ตกรถไฟ หรือเมาจนกลับบ้านไม่ไหว โรงแรมประเภทนี้ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีผู้หญิงเข้าพักราคาโดยประมาณคืนละ 2000 ถึง 4000 เยน

-Ryokan hotel โรงแรมแบบที่มีความเป็นญี่ปุ่นขนานแท้ดั้งเดิมมากที่สุดโรงแรมประเภทนี้มีเสน่ห์ในด้านความพิถีพิถันใส่ใจในรายละเอียดทั้งเรื่องอาหารที่พักและการให้บริการพื้นห้องของโรงแรมจะปูด้วยเสื่อทาตามิ มีชุดยูกาตะให้แขกผู้มาพักได้สวมใส่

ที่นอนมักเป็นแบบปูพื้นหรือที่เรียกว่าฟุตองมีการเสิร์ฟอาหารแบบ FULL course ในห้องพักให้แขกสองมื้อคือมื้อเช้าและมื้อเย็นที่สำคัญที่สุดคือมักมีออนเซ็นไว้ให้แขกที่มาพักได้แชร์ผ่อนคายราคาโดยประมาณคืนละ 15,000 ถึง 40,000 เยน

-Minshuku (Homestay) ที่พักสไตล์โฮมสเตย์ที่จะทำให้แขกที่มาพักได้สัมผัสกับชีวิตครอบครัวชาวญี่ปุ่นอัตราค่าที่พักไม่แพงและเป็นกันเองมีอาหารบริการสองมื้อไม่มีแม่บ้านคอยจัดห้องให้แขกที่มาพักต้องเตรียมสิ่งของส่วนตัวไปเองต้องปลูกและเก็บที่นอนเองราคาโดยประมาณคืนละ 6000 ถึง 9000 เยน

2.นอนวัด เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยประหยัดค่าที่พักได้คนญี่ปุ่นจะเรียกที่พักประเภทนี้ว่า Shukubo หรือที่พักในวัดมีวัดพุทธจำนวนไม่น้อยในญี่ปุ่นที่เปิดให้บริการรับคนเข้ามาพักยิ่งไปกว่านั้นบางวัดยังมี option พิเศษจัดกิจกรรมชวนแขกนั่งสมาธิแบบเซนต์อีกด้วยราคาโดยประมาณคืนละ 3000 ถึง 5000 เยน

3.นอนบ้านคนรู้จักเงินทองเป็นของหายากมาเที่ยวต่างแดนไกลๆทั้งทีจะยอมเสียเงินค่าที่พักแพงๆทำไมเก็บเงินไว้เที่ยวดีกว่าแถมยังได้เยี่ยมคนรู้จักญาติมิตรที่อยู่ที่นู่นอีกกระชับความสัมพันธ์ไปในตัวอีกด้วย ราคาที่พักส่วนใหญ่ฟรี 

4.นอนบนรถ ไม่ว่าจะเป็นรถบัสหรือรถไฟหากเราจะต้องเดินทางเส้นทางไกลๆแนะนำให้จองตั๋วที่เดินทางช่วงกลางคืนเพราะเราจะได้ประหยัดทั้งเวลาในการเดินทางมีเวลาเที่ยวที่จุดหมายไปทางได้แบบเต็มๆวันแถมยังประหยัดค่าโรงแรมค่าที่พักได้อีกหนึ่งคืน

การกินอาหารก็ต้องไม่พลาดลองอาหารญีุ่ปุ่น อย่างถ้าไป นาโกยะ ต้องไม่พลาดอาหารทีเด็ด

 

สนับสนุนโดย  วิธีเล่นบาคาร่าออนไลน์

ที่เที่ยวที่เชียงใหม่

ที่เที่ยวที่เชียงใหม่ช่วงหน้าหนาว

ที่เที่ยวที่เชียงใหม่ ใครใครก็คงอยากจะไปเที่ยวกันใช่ไหมคะแล้ววันนี้เราจะมาแนะนำที่เที่ยวที่จังหวัดเชียงใหม่อยากจะแนะนำการที่จะต้องไปเที่ยวเชียงใหม่ช่วงหน้าหนาวนะคะ

เพราะถ้าไปในหน้าหนาวจะมีกิจกรรมหลายอย่างและมีสถานที่ท่องเที่ยวหลายอย่างที่เปิดให้ในช่วงหน้าหนาวแล้ววันนี้เราจะมาบอกว่ามีอะไรบ้างคะเราไปดูกัน

 

1.ดูดอกพญาเสือโคร่งที่ขุนช่างเคี่ยนถ้าพูดถึงการดูดอกนางพญาเสือโคร่งเชียงใหม่นั้นถือว่ามีอยู่หลายที่มากแต่ถ้าพูดถึงที่ที่สวยมากที่สุดคือขุนช่างเคี่ยน  ขุนช่างเคี่ยน นั้นเป็นสถานที่ที่นิยมมากที่สุดที่หนึ่งเลยทีเดียวสำหรับคนเชียงใหม่ในการไปดูดอกนางพญาเสือโคร่งดอกพญาเสือโคร่งเปิดให้คนเข้าชมแค่นี้ช่วงเดือนธันวาคมจนถึงเดือนมกราคมเท่านั้น

หลังจากนั้นจะไม่มีการเปิดให้นักท่องเที่ยวไปเข้าชมที่นี่นั้นจะมีที่พักให้กับนักท่องเที่ยวเพราะว่าเผื่อใครที่ต้องการที่จะดูดอกนางพญาเสือโคร่งและอยากจะพักด้วยที่นี่ก็มีบ้านพักให้ซึ่งอยู่ติดกับดอกนางพญาเสือโคร่งเลยทำให้มีนักท่องเที่ยวหลายคนไปเพราะอยากจะสัมผัสบรรยากาศอยู่ในบ้านที่ตั้งอยู่ใกล้กับต้นดอกนางพญาเสือโคร่งนั่นเองค่ะ

 2.ไร่ชา ใครก็คงจะรู้ดีว่าที่นี่นั้นมีไร่ชาเยอะมากซึ่งคนภาคกลางจะไปเที่ยวที่เชียงใหม่เพื่อที่จะไปเที่ยวที่ไร่ชาไร่ชานั้นจริงๆแล้วที่เชียงใหม่มีสถานที่เกี่ยวกับไร่ชาที่โด่งดังที่เชียงใหม่เยอะมากวันนี้เราจะบอกว่ามีไร่ชาอะไรบ้าง 1 ไร่ชาลุงเดชใกล้ชายลุงเดชนั้นจะตั้งอยู่ที่อำเภอแม่แตงค่ะ

พี่นั้นจะปลูกชา 2 สายพันธุ์คือชาบู 12 และพันธุ์ก้านอ่อนค่ะส่วนไร่ชาที่ 2 คือไร่ชา 2,000 ไร่ชา 2000 นั้นถึงแม้จะเป็นสถานที่เล็กๆแต่ก็ถือว่าที่นี่นั้นเป็นที่ท่องเที่ยวเกี่ยวกับทะเลหมอกนอกจากชื่อที่นี่นั้นจะเป็นออกแนวทะเลหมอกและจะมีไร่ชาแล้วที่นี่ยังมีไร่สตอเบอรี่ด้วยนะคะดังนั้นจึงถือว่าที่นี่นั้นน่าไปมากๆเลยล่ะค่ะ 

3.ผืนป่าจูราสสิค เพื่อนสมัยใหม่คงจะดูหนังเรื่อง Jurassic World Jurassic Park กันแล้วใช่ไหมคะที่นี่มันผีดิบมันตอบโจทย์เกี่ยวกับเรื่องนี้มากเพราะที่นี่นั้นเรียกว่าปากเพราะว่าจะสร้างสะพานออกแนวสีเขียวน้ำตาลเหมือนสะพานไม้เหมือนในหนังแล้วจะมีต้นไม้ขึ้นอยู่เต็มไปหมดราวกับว่าอยู่ในป่านั่นเองฉันคิดว่าพี่นั้นจะมีต้นไม้หลายๆนานาชนิด

ซึ่งจะมีทางหรือสะพานให้เดินประมาณ 300 เมตรถึงแม้ว่าการเดินทางในครั้งนี้จะมีน้อยแต่ก็ถือว่าถ้าเกิดว่ามองตามข้างทางก็จะพบว่ามีต้นไม้สวยงามข้างทางขึ้นแฟนเป็นระยะระยะทำให้เห็นถึงบรรยากาศธรรมชาติอันสวยงามซึ่งไม่ต้องกลัวว่าอากาศจะร้อนแน่นอนอยู่แล้วเชียงใหม่อากาศเย็นซึ่งก็ทำให้ที่นี่ดูเย็นสบายมากกว่าคนอื่นเนื่องจากมีต้นไม้และลมหนาวพัดผ่านมา

ซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมที่จะมาในวันที่ฝนตกเล็กๆน้อยๆเพราะว่าจะถือว่าเป็นภาพที่งดงามตระการตาในการถ่ายรูปมากๆฝนตกมาเป็นละอองน้อยๆพร้อมกับพื้นป่าและตัวเล็กทำให้รู้สึกดีมากๆเลยล่ะค่ะที่นี่นั้นตั้งอยู่ใกล้ๆกับดอยอินทนนท์นะคะใครสนใจก็ลองไปกันดูนะคะ

 

สนับสนุนโดย  gclub