สถานที่ไหว้พระของจังหวัดอ่างทอง

แนะนำสถานที่ไหว้พระของจังหวัดอ่างทอง

สถานที่ไหว้พระของจังหวัดอ่างทอง สำหรับที่จังหวัดอ่างทองถือเป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่มีอายุมานานหลายร้อยปี และยังมีสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก ซึ่งจะมีทั้งพระพุทธรูปองค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และยังมีพระนอนองค์ใหญ่อันดับสองของประเทศ

และที่สำคัญยังมีวัดที่เป็น unseen Thailand ให้ได้ชมความงามกันอีกด้วย วันนี้เราจะมาพาไปไหว้พระ ที่มีชื่อเสียเป็นอย่างมากของจังหวัดอ่างทองกันเลยทีเดียว ซึ่งนักท่องเที่ยวสายบุญไม่ควรพลาด

วัดม่วง

สำหรับที่วัดแห่งนี้เป็นวัดที่ได้ชื่อว่ามีพระพุทธรูปที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกประดิษฐานอยู่ ให้นักท่องเที่ยวได้พากันมากราบไหว้ขอพร โดยชาวบ้านต่างก็เรียกพระพุทธรูปองค์นี้ว่าหลวงพ่อใหญ่ ซึ่งหลวงพ่อใหญ่นี้มีความสูง 95 เมตร เป็นพระพุทธรูปปรางมารวิชัย ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมากราบไหว้ต่างก็มีความเชื่อกันว่า

หาก เรานำมือทั้งสองข้างของเราไปจับที่ปลายนิ้วกลางของหลวงพ่อและอธิฐานของพรแล้วละก็ คำอธิฐานของเราจะสมหวัง นอกจากเราจะได้มาไหว้พระองค์ใหญ่ที่สุดในโลกแล้วที่นี่ยังมีจุดให้เยี่ยมชมความงามอีกหลายจุด เช่น การเยี่ยมชมรูปปั้นที่ทางวัดมีการจำลองนรกและสวรรค์ ภายในบริเวณวัดมีความร่มรื่นร่มเย็น เหมาะแก่การมาทำบุญไหว้พระเป็นอย่างมาก หากใครต้องการเดินทางมา ที่วัดแห่งนี้อยู่ในเขตพื้นที่ อำเภอวิเศษชัยชาญ

วัดขุนอินทประมูล

และสำหรับที่วัดแห่งนี้ จะมีพระพุทธรูปเก่าแก่ อายุหลายร้อยปีประดิษฐานอยู่ที่นี่ให้ประชาชนได้พากันมากราบไว้ ซึ่งทีวัดแห่งนี้ต่างก็เชื่อกันว่ามีการสร้างมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย แต่ด้วยวัดที่มีอายุหลายร้อยปีอีกทั้งยังเคยถูกไฟไหม้ ทำให้ทีวัดแห่งนี้ไม่มีโบสถ์และวิหารเหลืออยู่แล้ว

มีเพียงแค่ซากของความเจริญรุ่งเรืองในครั้งอดีตเท่านั้น สำหรับที่นี่จะมีพระพุทธไสยาสน์ที่เป็นพระนอน ซึ่งถือได้ว่าเป็นพระนอนที่ยาวมากที่สุดไปอันดับสองของประเทศประดิษฐานอยู่ที่นี่ด้วยและที่วัดแห่งนี้อยู่ในเขตอำเภอโพธิ์ทอง

อีกหนึ่งวัดที่เป็น unseen Thailand เลยก็คือวัดสังกระต่าย

ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมือง ที่วัดแห่งนี้จะมีโบสถ์เก่าแก่ที่มีต้นโพธิ์ที่มีขนาดใหญ่จำนวน 4 ต้นขึ้นล้อมรอบ มีรากของต้นโพธิ์คอยปกคลุมตัวโบสถ์เอาไว้ทำให้เป็นที่แปลกตากับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก โดยมีการคาดการณ์กันเอาไว้ว่าที่โบสถ์แห่งนี้มีอายุมากกว่า 400 ปีมาแล้วซึ่งชาวบ้านต่างก็พากันมาทำบุญไหว้พระกันเป็นประจำ

หากเลยอ่างทองไปหน่อยมุ่งขึ้นเหนือ ก็มีอีกหนึ่งวัดที่น่าสนใจ สวยงามมากๆ นั่นคือ วัดท่าซุง ซึ่งอยู่จังหวัดอุทัยธานี

 

น้ำตกเจ็ดสาวน้อย

น้ำตกที่มีชื่อเสียงโด่งดังของจังหวัดสระบุรี

น้ำตกเจ็ดสาวน้อย

ที่อุทยานแห่งชาติจังหวัดสระบุรี จะมีน้ำตกที่มีชื่อเสียงอยู่หลายที่และหนึ่งในนั้นคือ น้ำตกเจ็ดสาวน้อยเป็นน้ำตก ซึ่งน้ำตกเจ็ดสาวน้อยนี้ จะมีชั้นน้ำตกประกอบกันไปด้วยทั้งหมด 7 ชั้นและในแต่ละชั้นของน้ำตกจะไม่ค่อยสูงมากนักความสูงของชั้นน้ำตกส่วนใหญ่จะอยู่ประมาณแค่เพียง 2-5 เมตรเพียงเท่านั้น

โดยชั้นของน้ำตกที่สูงที่สุดอยู่ที่ชั้น 4  ซึ่งชั้นนี้จะเป็นชั้นที่น้ำตกสวยที่สุดอีกด้วย ดังนั้นผู้คนจึงมักนิยมพากันเดินขึ้นมาเพื่อมาเล่นน้ำที่ชั้นนี้กันเยอะและหากใครที่อยากมาชมความสวยงามของน้ำตกอย่างเดียว และไม่อยากจะอยู่ในบริเวณที่มีคนเยอะก็สามารถเดินขึ้นไปที่ชั้น 6 และชั้นเจ็ดก็ได้เพราะน้ำตกทั้งสองชั้น

คนมักจะขึ้นมาน้อยเพราะอยู่สูงและลงเล่นน้ำไม่ได้เพราะทั้งสองชั้นนี้น้ำจะไหลแรงและเชี่ยวมากจึงค่อนข้างอันตราย ผู้คนส่วนใหญ่จึงมักไม่นิยมมาเล่นน้ำกันที่สองชั้นบนสุดนี้ และอีกชั้นที่ทางเจ้าหน้าที่อุทยานห้ามลงเล่นน้ำพร้อมกับมีการปักป้ายเตือนไว้เลยก็คือชั้นที่สามเพราะที่ชั้นนี้จะมีน้ำค่อนข้างลึก และน้ำตกชั้นที่สามนี้มักจะมีอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้งทำให้ต้องมีการปิดป้ายห้ามลงเล่นน้ำเอาไว้

แต่บางครั้งก็ยังมีคนแอบเจ้าหน้าที่มาลงเล่น สำหรับที่น้ำตกแห่งนี้มีประวัติความเป็นมาของชื่อที่ตั้งน้ำตกไว้สองแบบคือ บางคนเล่าว่าน้ำตกนี้มีตำนานเล่าว่ามีหญิงสาวที่เป็นเพื่อนกันทั้งหมดเจ็ดคนนัดชวนกันมาเล่นน้ำที่น้ำตกแห่งนี้ แล้วทั้งเจ็ดคนก็เกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตที่น้ำตกนี้หมดเลยทั้งเจ็ดคนพร้อมกัน

ชาวบ้านจึงได้เรียกว่าน้ำตกเจ็ดสาวน้อยโดยมีการตั้งศาลไว้ที่ชั้นสี่ของน้ำตก แต่บางคนก็เล่าว่าที่จริงแล้วที่ชาวบ้านต่างก็เรียกน้ำตกนี้ว่าน้ำตกเจ็ดสาวน้อยนั่นก็เพราะว่าที่เดิมก่อนหน้านี้เจ้าหน้าทีอุทยานได้เข้ามาเดินสำรวจพื้นที่ของป่าแล้วมาเจอน้ำตกแห่งนี้เข้า

ซึ่งเจ้าหน้าที่อุทยานเห็นว่ามีทั้งหมดเจ็ดชั้นและใกล้ๆกับน้ำตกก็มีหมู่บ้านที่ชื่อหมู่บ้านเสาน้อยจึงนำสองอย่างมารวมกันเป็นน้ำตกเสาน้อยแต่ต่อมาชาวบ้านออกเสียงเพี้ยงจากน้ำตกเจ็ดเสาน้อย จึงกลายมาเป็นน้ำตกเจ็ดสาวน้อยนั่นเอง 

ซึ่งที่น้ำตกแห่งนี้มีทั้งจุดที่ให้เล่นน้ำ และจุดที่ตั้งเป็นร้านค้าสำหรับขายอาหารที่ทานได้ง่ายๆเช่น ส้มตำ ไก่ย่าง ข้าวเหนียวและน้ำดื่มซึ่งหากนักท่องเที่ยวเล่นน้ำเสร็จแล้วก็สามารถซื้อของกินมานั่งกินข้างน้ำตกได้ด้วย

น้ำตกที่นี่สวยงามไม่แพ้น้ำตกเปรโต๊ะลอซู ของจ.ตาก เลยทีเดียว

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  วิธีเล่นบาคาร่าให้ได้เงิน

เที่ยวที่ฟาร์มโคโรฟิลด์

เที่ยวที่ฟาร์มโคโรฟิลด์ (Coro Field)

แวะมาเที่ยวที่ฟาร์มโคโรฟิลด์ (Coro Field) จังหวัดนครนายก

          เที่ยวที่ฟาร์มโคโรฟิลด์ หนึ่งในที่เที่ยวใกล้กรุงเทพ เมื่อคืนนี้นอนพักเอาแรงที่รีสอร์ตของบ้านไร่พรสวรรค์ ซึ่งเมื่อวานพวกเราได้ทำกิจกรรมมากมายหลายอย่าง วันนี้พวกเรารีบตื่นกันแต่เช้าเก็บกระเป๋าแล้วเตรียมตัวกลับบ้าน แต่เมื่อคืนเราได้คุยกันเอาไว้แล้วว่าก่อนกลับเราจะแวะเที่ยวที่อีกก่อน

ดังนั้นเราจึงต้องรีบทำเวลากันสักนิดจะได้ทันให้เที่ยวได้หลายที่ก่อนที่จะขับรถกลับกรุงเทพกัน ซึ่งเมื่อเราเช็คเอ้าน์ออกมาเราก็ขับรถหาร้านกินข้าวเช้ากอ่นและเมื่อเติมกำลังให้ท้องได้เรียบร้อยแล้ว สถานที่ที่เราจะไปกันก็คือฟาร์มโคโรฟิลด์ 

ซึ่งที่นี่ได้ข่าวมาว่าเพิ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาเยี่ยมชมการทำงานของฟาร์มได้ไม่นาน

แต่ก็มีชื่อเสียงติดอันดับที่น่าไปเที่ยวของจังหวัดนครนายกซะแล้ว ดังนั้นเราจึงไม่ควรที่จะพลาดที่จะแวะมาเที่ยวที่นี่กัน เมื่อเดินทางมาถึงเราก็พบกับสวนขนาดใหญ่ที่มีการติดป้ายบอกเอาไว้ว่านี่คือสวนสำหรับการปลูกเมลอน ซึ่งมีแนวการจัดสวนออกไปทางสไตน์ญี่ปุ่นดูน่ารักมาก

เพราะนอกจากเราจะเห็นลูกเมล่อนเต็มสวนแล้ว เจ้าหน้าที่ยังได้นำเก้าอี้นั่งมาประดับบริเวณรอบๆสวนให้นักท่องเที่ยวได้นั่งเล่น หรือนั่งถ่ายรูปได้อีกด้วย เรียกได้ว่าหากใครที่อยากไปเที่ยวสถานที่ตกแต่งแบบญี่ปุ่นสามารถมาเที่ยวที่นี่แทนได้เลย พวกเราเสียเวลาอยู่ที่นี่กันนานมาก เพราะบรรยากาศที่นี่มีการตกแต่งไว้ออกเป็นแนวญี่ปุ่นจ๋าเลยทีเดียว

และที่สำคัญมีมุมให้พวกเราได้โพสต์ท่าถ่ายรูปกันได้ไม่มีเบื่อ หลังจากที่พวกเราถ่ายรูปกันจนเหนื่อยแล้วและตอนนี้ก็หิวน้ำมากๆ จึงพากันมาที่คาเฟ่ที่ทางฟาร์มมีไว้ให้บริการนักท่องเที่ยว โดยที่คาเฟ่แห่งนี้มีการระบุเอาไว้ว่าเป็นโซนโคโร

ซึ่งที่นี่เราจะได้กินของสดๆจากทางไร่ที่นำมาไว้บริการให้กับเรา

โดยน้ำที่ขึ้นชื่อและควรลองกินมากก็คือ เครื่องดื่มที่ทำมาจากเมลอน ลูกสาวเป็นคนที่ชอบกินเมลอนอยู่แล้ว จึงสั่งของกินมาหลายอย่างทั้งเครื่องดื่มและขนม และเมื่อกินกันจนอิ่มหนำแล้วก็ได้เวลาที่จะต้องเดินทางกลับ แต่ก่อนกลับเราก็แวะไปที่โรมาร์เกตกันก่อน

ซึ่งที่นี่เขาทำเป็นร้านของขายฝากจัดการเลือกเมลอนกลับบ้านมาหลายลูกเลย เพราะหลังจากที่ทดลองกินดูแล้วผลไม้ที่นี่รสชาติอร่อย หวานกรอบมาก หากใครสนใจมาหาจุดเช็คอินสำหรับถ่ายรูปสวยๆ และหาของกินอร่อยๆรับรองที่นี่ตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้เลยค่ะ เปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 09.00-17.00 น. นะคะแถมที่นี่ให้เข้ามาฟรีไม่เสียค่าผ่านทางด้วยค่ะ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ทดลองเล่น gclub