พาชมความงดงามของจังหวัดตาก ยามค่ำคืน 

           พาชมความงดงามของจังหวัดตาก  สถานที่ท่องเที่ยวไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นการเที่ยวเฉพาะในช่วงเวลากลางวันเท่านั้นในหลายจังหวัดตอนนี้มีการเพิ่มสถานที่ท่องเที่ยวในช่วงเวลากลางคืน

เพื่อให้นักท่องเที่ยวนั้นสามารถเพลิดเพลิน ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน  อย่างเช่นพัทยาจะเห็นได้ว่าจะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวได้ทั้งกลางวันและกลางคืนเรียกได้ว่าเมืองพัทยานั้นเป็นเมืองที่ไม่เคยหลับใหลกันเลยทีเดียว

        อย่างไรก็ตามสำหรับสถานที่ท่องเที่ยววันนี้เราจะยังพาไปเที่ยวจังหวัดหนึ่งในประเทศไทย

ที่อยู่ทางแถบภาคเหนือนั่นก็คือจังหวัดตากนั่นเองสำหรับจังหวัดตากนี้เรามีสถานที่ท่องเที่ยวถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีแสงสีเสียงตลอดทั้งคืนแต่ในยามค่ำคืนนั้นก็สามารถให้นักท่องเที่ยวได้เพลิดเพลินกับความสวยงามของสถานที่เหล่านี้ได้โดยวันนี้เราจะพาไปรู้จักกับสถานที่ท่องเที่ยว 2 แห่งด้วยกัน

       สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวแห่งแรกนั้นก็คือสะพานแขวนสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี  โดยสถานที่แห่งนี้นั้นซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเมื่อไม่นานมานี้เองเพราะเพิ่งก่อสร้างขึ้นเมื่อพ.ศ 2525 แต่หลังจากที่มีการสร้างสะพานแห่งนี้ขึ้นมาแล้วก็กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวยามค่ำคืนได้เป็นอย่างดี

       เพราะที่นี่คุณจะสามารถพบกับแสงไฟที่มีการประดับเอาไว้บนสะพานเพื่อให้คุณนั้นได้เพลิดเพลินกับวิวของความสวยงามของไฟและวิวของแม่น้ำปิงเรียกได้ว่าสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้นั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีวิวที่สวยงามที่สุดและดีที่สุดของจังหวัดตากเลยก็ว่าได้

  นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะพากันขึ้นไปบนสะพานยืนอยู่ตรงบริเวณกลางแม่น้ำปิง

และมองดูความสวยงามของแม่น้ำปิงยามที่ต้องการแสงไฟโดยสะพานแห่งนี้สร้างเอาไว้ด้วยความยาว 400 เมตรใช้เป็นสะพานสำหรับข้ามฟากระหว่างตำบลป่ามะม่วงกับตัวเมืองของจังหวัดตาก   ใครที่ชอบชมวิวสวยๆยามค่ำคืนแนะนำว่าวิวที่นี่ต้องถูกใจอย่างแน่นอน

        อีกหนึ่ง สถานที่ที่น่าสนใจซึ่งอยู่ตรงบริเวณริมแม่น้ำปิงเหมือนกันนั่นก็คือตลาดถนนคนเดินหรือชาวบ้านเรียกที่นี่ว่ากาดนั่งยอง  คล้องย่าม  สำหรับที่นี่นั้นเป็นสถานที่ที่ชาวบ้านได้นำสินค้านำมาวางขายโดยตลาดแห่งนี้จะเปิดให้บริการแค่วันเสาร์กับวันอาทิตย์เท่านั้นซึ่งจะเป็นตลาดยามเย็นจนถึงกลางคืนเพราะเปิดตั้งแต่เวลา 16:00 น เป็นต้นไปและจะปิดเวลา 21:00 น นั่นเอง 

         ตลาดแห่งนี้นั้นจะมีการอนุรักษ์ความเป็นชนบทเอาไว้โดยชาวบ้านจะใช้ไม้ไผ่มาทำเป็นแค่เพื่อนำของมาวางขายและนักท่องเที่ยวจะต้องเตรียมถุงย่ามมาใส่ของเองจะไม่มีถุงพลาสติกให้ให้ สำหรับตัวตลาดนั้นจะมีความยาวอยู่ที่ประมาณ 1 กิโลเมตรซึ่งสินค้าส่วนใหญ่ที่ถูกนำมาวางขายก็จะเป็นของที่ชาวบ้านทำขึ้นมาเองหรือเป็นสินค้าที่ชาวบ้านนำมาจากไร่สวนของตนเองนั่นเอง         

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  sa gaming ขั้นต่ำ 5 บาท